เลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 10202000368

ทำความเข้าใจศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องคืออะไร ช่วยเรื่องอะไร สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “การดึงหน้า” ในภาพจำแบบเดิมที่เน้นการยกผิวให้ตึงขึ้น แต่ในยุคนี้การยกกระชับใบหน้าได้พัฒนามากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับโครงสร้างภายในของใบหน้ามากกว่าการปรับเพียงผิวด้านนอก

ดึงหน้าส่องกล้องคืออะไร? ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ถูกนำมาใช้เพื่อการยกกระชับ โดยอาศัยเครื่องมือส่องกล้องช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นและทำงานกับเนื้อเยื่อในระดับลึกของใบหน้าได้อย่างละเอียดมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยในการจัดตำแหน่งของเนื้อเยื่อและโครงสร้างพยุงใบหน้าร่วมด้วย

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องคืออะไร ช่วยแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง และเกี่ยวข้องกับโครงสร้างใบหน้าอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจ หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านขั้นตอนการศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องและข้อดีของดึงหน้าส่องกล้องเพิ่มเติมได้ครับ

Key Takeaways

  • ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) เป็นเทคนิคที่ทำงานร่วมกับโครงสร้างภายในของใบหน้า เช่น ชั้น SMAS ซึ่งไม่ใช่แค่การดึงผิวด้านนอก
  • ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งผิว ไขมัน และโครงสร้างกระดูก ไม่ใช่เพียงผิวอย่างเดียว
  • การยกกระชับในระดับชั้นลึก (SMAS) ช่วยให้การปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อสอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้าในแต่ละบุคคล
  • ความเหมาะสมของการทำศัลยกรรมขึ้นอยู่กับระดับปัญหาและการประเมินเฉพาะบุคคลโดยแพทย์

ดึงหน้าส่องกล้องคืออะไร? มีหลักการอย่างไร?

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เครื่องมือส่องกล้องขนาดเล็ก (Endoscope) เข้าช่วยในการผ่าตัด โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็ก (ประมาณ 1–2 ซม.) ในตำแหน่งที่สามารถซ่อนแผลได้ เช่น บริเวณไรผมหรือเหนือขมับ จากนั้นใช้กล้องส่องเข้าไปเพื่อดูโครงสร้างใต้ผิวหนัง

โดยเทคนิคนี้คือการทำงานร่วมกับโครงสร้างภายในของใบหน้า ซึ่งไม่ได้เน้นเพียงการดึงผิวหนังด้านนอก แต่รวมถึงการปรับตำแหน่งของเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และโครงสร้างพยุงใบหน้า เพื่อช่วยให้การปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อมีความเหมาะสมกับโครงสร้างของแต่ละบุคคล

การทำงานร่วมกับโครงสร้างภายในของใบหน้า

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องไม่ได้ยกผิวหนังด้านนอกเพียงอย่างเดียว โดยจะเน้นการดึงหน้าลงถึงระดับกล้ามเนื้อชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) ซึ่งมีบทบาทต่อรูปหน้าและความกระชับ การปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อในระดับลึกนี้อาจช่วยให้การเปลี่ยนแปลงของใบหน้ามีความสอดคล้องกับโครงสร้างโดยรวม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

อายุเพิ่มขึ้นส่งผลต่อผิวหน้าและความหย่อนคล้อย

อายุเพิ่มขึ้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าอย่างไร?

ใบหน้าของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเป็นผลจากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน เช่น

ผิวหนังและความยืดหยุ่นลดลง

เมื่อเวลาผ่านไปการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับ ผิวอาจบางลงและเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของผิวที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงวัยที่อายุน้อยกว่า นอกจากนี้ปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดดหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาจมีส่วนทำให้ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของไขมันบนใบหน้า

ไขมันบนใบหน้ามีบทบาทในการสร้างความสมดุลและความอิ่มฟู เมื่ออายุเพิ่มขึ้นไขมันบางส่วนอาจลดลง ในขณะที่บางส่วนเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง จึงอาจทำให้ใบหน้าดูตอบลงในบางจุด และหย่อนคล้อยในบางบริเวณ เช่น แก้มล่างหรือแนวกรอบหน้า

การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกใบหน้า

โครงสร้างกระดูกเป็นฐานรองรับของใบหน้า เมื่ออายุเพิ่มขึ้นอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของกระดูกในบางบริเวณ ซึ่งส่งผลต่อการรองรับของเนื้อเยื่อด้านบน และอาจทำให้รูปหน้าดูเปลี่ยนไป และความหย่อนคล้อยเห็นได้ชัดขึ้นในบางบริเวณ

โครงสร้างผิวหนังแบ่งออกเป็นกี่ชั้น? สำคัญต่อความหย่อนคล้อยอย่างไร?

นอกจากโครงสร้างผิวทั้ง 3 ชั้นแล้ว ใบหน้ายังมีชั้นที่ลึกลงไปอีก ได้แก่ ชั้น SMAS และชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความกระชับ การเคลื่อนไหวของใบหน้า และการแสดงสีหน้า

ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)

เป็นผิวหนังชั้นบนสุด ทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการปกป้องร่างกายจากปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด มลภาวะ และเชื้อโรค เป็นส่วนที่เรามองเห็นได้โดยตรง และเกี่ยวข้องกับลักษณะของผิว เช่น ความเรียบเนียน สีผิว หรือจุดด่างดำ เมื่ออายุเพิ่มขึ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอาจช้าลง ทำให้ผิวดูหมองคล้ำหรือไม่สดใส

ชั้นหนังแท้ (Dermis)

เป็นชั้นที่อยู่ถัดลงมา ภายในประกอบด้วยคอลลาเจน อีลาสติน เส้นเลือด เส้นประสาท และต่อมต่าง ๆ คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นนี้มีบทบาทในการรักษาความยืดหยุ่นของผิว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นการผลิตสารเหล่านี้จะลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความกระชับและเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น

ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat)

ช่วยให้ใบหน้าแลดูอิ่มฟู มีมิติ และช่วยรองรับโครงสร้างด้านบน เมื่ออายุเพิ่มขึ้นไขมันในชั้นนี้อาจลดลงในบางบริเวณ หรือเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ใบหน้าดูตอบในบางจุดและเกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย

ชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System)

ชั้น SMAS เป็นโครงข่ายของกล้ามเนื้อและพังผืดที่อยู่ใต้ชั้นไขมัน ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อใบหน้า ถือเป็นโครงสร้างสำคัญที่มีบทบาทต่อความกระชับของใบหน้า เมื่อชั้น SMAS เกิดการหย่อนคล้อย จะส่งผลให้เนื้อเยื่อด้านบนเคลื่อนตัวลง เช่น แก้มตก หรือร่องลึกชัดขึ้น

ชั้นกล้ามเนื้อ (Muscle)

เป็นโครงสร้างที่อยู่ลึกลงไป ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงสีหน้า เช่น การยิ้ม การขมวดคิ้ว หรือการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ กล้ามเนื้อใบหน้าทำงานร่วมกับชั้น SMAS และผิวหนัง เมื่อโครงสร้างโดยรวมมีการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและรูปหน้าที่เปลี่ยนไปตามวัย

ยกกระชับใบหน้า ชั้น SMAS

ชั้น SMAS คืออะไร และมีบทบาทต่อโครงสร้างใบหน้าอย่างไร?

ลักษณะของชั้น SMAS ในทางกายวิภาค

ชั้น SMAS เป็นโครงสร้างที่เชื่อมโยงระหว่างกล้ามเนื้อและผิวหนัง ทำหน้าที่ถ่ายทอดแรงและการเคลื่อนไหวของใบหน้า ทำให้ใบหน้ามีรูปทรงและสามารถแสดงสีหน้าได้

การเปลี่ยนแปลงของชั้น SMAS เมื่ออายุเพิ่มขึ้น

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ชั้น SMAS อาจเกิดปัญหาการหย่อนคล้อย ทำให้เนื้อเยื่อเคลื่อนตัวลง ส่งผลให้รูปหน้าดูเปลี่ยน เช่น แก้มตก หรือร่องลึกชัดขึ้น

ทำไมการดึงหน้าส่องกล้องจึงต้องยกกระชับถึงชั้น SMAS?

เนื่องจากชั้น SMAS เป็นโครงสร้างสำคัญที่เชื่อมระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อ และทำหน้าที่พยุงเนื้อเยื่อของใบหน้า เมื่ออายุเพิ่มขึ้นชั้นนี้อาจเกิดการหย่อนคล้อย ส่งผลให้ใบหน้าดูตก แก้มหย่อนคล้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัด

การยกกระชับเฉพาะผิวด้านนอกอาจช่วยให้ผิวดูตึงขึ้นเพียงระดับผิว แต่ไม่สามารถปรับตำแหน่งของโครงสร้างลึกที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ดังนั้น ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเพื่อยกกระชับถึงชั้น SMAS จะช่วยปรับโครงสร้างภายในให้เหมาะสมกับใบหน้าโดยรวมของแต่ละบุคคลมากขึ้น (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

ดึงหน้าส่องกล้องคืออะไร ช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอย

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องช่วยยกกระชับใบหน้าที่ลงลึกถึงชั้น SMAS จึงอาจช่วยปรับลักษณะของใบหน้าในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เพียงผิวด้านนอก ได้แก่

  • ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวและแก้ม — เช่น แก้มตกหรือผิวไม่กระชับ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของทั้งผิว ไขมัน และโครงสร้างพยุงใบหน้า
  • ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด รูปหน้าเปลี่ยนไปตามวัย — เมื่อเนื้อเยื่อเคลื่อนตัวลง อาจทำให้แนวกรอบหน้าดูไม่คมชัด หรือรูปหน้าดูเปลี่ยนจากเดิม
  • ปัญหาร่องลึกและความไม่สมดุลของใบหน้า — เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องใต้ตา ที่ชัดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของเนื้อเยื่อในระดับลึก และช่วยยกมุมปากขึ้น แก้ไขมุมปากตก
  • ใบหน้าแลดูอ่อนล้าหรือดูมีอายุเพิ่มขึ้น — โดยเฉพาะบริเวณหางตา หน้าผาก หรือช่วงกลางใบหน้า ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดปัญหาการหย่อนคล้อย
  • ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ชั้น SMAS หรือการเปลี่ยนแปลงของกระดูกใบหน้า — ซึ่งมีผลต่อการพยุงเนื้อเยื่อในระยะยาว

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร?

ความเหมาะสมของแต่ละบุคคลนั้นอาจแตกต่างกัน จึงควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจเสมอ

ผู้ที่เหมาะกับศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

  • ผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง — เช่น แก้มเริ่มคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวเริ่มหย่อน ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในระดับลึก
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงผิว — เหมาะกับผู้ที่เข้าใจว่าปัญหาใบหน้าเกี่ยวข้องกับหลายชั้น เช่น ชั้น SMAS
  • ผู้ที่มีปัญหาในช่วงใบหน้าส่วนบนหรือช่วงกลางหน้า — เช่น หน้าผาก หางตา หรือแก้มส่วนบน
  • ผู้ที่ต้องการแผลขนาดเล็กและซ่อนแผลได้ — เนื่องจากเทคนิคนี้เปิดแผลในบริเวณไรผมหรือหนังศีรษะ

ผู้ที่ไม่เหมาะกับศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

  • ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับมาก — อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นที่สามารถปรับโครงสร้างในวงกว้างได้มากกว่า
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการที่อาจส่งผลต่อการผ่าตัด — เช่น โรคประจำตัวบางชนิด หรือการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองตามคำแนะนำหลังทำได้ — เช่น ไม่สามารถพักฟื้น หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบต่อแผลในช่วงแรก

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

  • ข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการและข้อจำกัด — ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีข้อจำกัดและความเหมาะสมเฉพาะบุคคล ซึ่งอาจไม่เหมาะกับทุกคน จึงควรเข้ารับคำแนะนำและประเมินโดยแพทย์
  • ปัจจัยที่อาจมีผลต่อผลลัพธ์ — ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และการดูแลหลังทำ
  • ความสำคัญของการประเมินโดยแพทย์ — ช่วยให้สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับโครงสร้างและความต้องการของแต่ละบุคคล

การดูแลตนเองหลังศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

หลังการทำศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง การดูแลตนเองมีส่วนสำคัญต่อการพักฟื้น โดยแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

  • ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก แนะนำประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมและช้ำ
  • หลังการผ่าตัดควรนอนหมอนสูง เพื่อลดอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงการจับ กด หรือบีบผิวหน้า ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบต่อแผล เช่น การออกแรงมาก อย่างน้อย 3–4 สัปดาห์
  • ในช่วง 2–4 สัปดาห์ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง เช่น ยาแก้ปวด ยาลดบวม และยาปฏิชีวนะ
  • มาตรวจติดตามผลตามนัด เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินการฟื้นตัวและให้คำแนะนำเพิ่มเติมได้

สรุป: ดึงหน้าส่องกล้องคืออะไร

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ช่วยในการยกกระชับใบหน้า โดยการทำงานลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและ SMAS ทำให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้การทำความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าและการเปลี่ยนแปลงตามวัย และการประเมินโดยแพทย์ จะช่วยให้สามารถพิจารณาแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อดีของดึงหน้าส่องกล้องได้ในบทความถัดไปครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดึงหน้าส่องกล้องคืออะไร (FAQ)

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องต้องพักฟื้นนานไหม?

ระยะเวลาการพักฟื้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพร่างกายและการดูแลหลังทำ โดยทั่วไปอาจมีอาการบวมในช่วงแรก และค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องมีความเสี่ยงหรือไม่?

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเป็นหัตถการทางการแพทย์ จึงมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่น ๆ เช่น อาการบวม ช้ำ หรือความไม่สบายผิวในช่วงแรก ทั้งนี้ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลที่เหมาะสม

ผลลัพธ์ของศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5–10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ โครงสร้างใบหน้า พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลหลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนเข้ารับบริการควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาและตรวจสอบความพร้อมของร่างกาย นอกจากนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ เช่น การงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ หรือการเตรียมตัวด้านสุขภาพตามที่แพทย์แนะนำ

หากยังไม่เคยทำศัลยกรรมมาก่อน สามารถเริ่มด้วยดึงหน้าส่องกล้องได้หรือไม่?

ผู้ที่ไม่เคยทำศัลยกรรมมาก่อนสามารถเข้ารับการปรึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมได้ โดยแพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และระดับความหย่อนคล้อย เพื่อแนะนำแนวทางที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล

ปรึกษาแพทย์ The Art Hospital ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทีมแพทย์ The Art Hospital ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

Facebook:The Art Hospital & Clinic
Line:@thearthospital
Instagram:theart.hospital
TikTok:@theartclinicandhospital
YouTube:The Art Clinic & Hospital
Call Center: 02-666-4666

อ้างอิง

  1. American Society of Plastic Surgeons. (n.d.). Facelift (rhytidectomy). https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/facelift
  2. Hu, X., Ma, H., Xue, Z., Qi, H., & Chen, B. (2017). Endoscopic facelift of the frontal and temporal areas in multiple planes. Singapore medical journal, 58(2), 107–110. https://doi.org/10.11622/smedj.2016041

บทความนี้ได้รับการตรวจทานความถูกต้องทางการแพทย์โดย นายแพทย์ธรรมรัตน์ จันทร์นวล (เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 34616)

แชร์บทความนี้
Facebook
Threads
X
Key Topics
ติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก The Art Hospital
บทความแนะนำ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความงามและสุขภาพ และกิจกรรมดีๆ จาก The Art Hospital
News & Events
เบื้องหลังเคสคุณนุ้ย ปณิตา ในรายการ Surgery Wars เมื่อความสวยที่มีอยู่แล้ว คือโจทย์ที่ท้าทายของทีมแพทย์

เบื้องหลังเคสคุณนุ้ย ปณิตา เอี่ยมพฤกษ์วัฒนา ในรายการ Surgery Wars กับการวางแผนรักษาโดยทีมแพทย์ The Art Hospital ทั้งดึงหน้า แก้จมูก แก้หน้าอก ดูดไขมัน และออกแบบความงามเฉพาะบุคคล

News & Events
คุณจุง Surgery Wars ทำศัลยกรรมอะไรบ้าง? เจาะลึกเคสจุไรรัตน์ สินแสง โดยทีมแพทย์ The Art Hospital

รีวิวเคสคุณจุง จุไรรัตน์ สินแสง ในรายการ Surgery Wars ตั้งแต่การประเมินปัญหา การวางแผนการรักษา ศัลยกรรมดึงหน้า ศัลยกรรมเสริมจมูกเทคนิค Open ศัลยกรรมดูดไขมัน แกะสลักรูปร่าง สร้าง Sexy line ร่วมกับการทำโปรแกรมกระชับผิว พร้อมผลลัพธ์หลังการรักษาโดยทีมแพทย์ The Art Hospital

News & Events
ทำศัลยกรรมที่ไหนในรายการ Surgery Wars? รู้จัก The Art Plastic Surgery Hospital

สงสัยว่าทำศัลยกรรมที่ไหนใน Surgery Wars? รู้จัก The Art Plastic Surgery Hospital หนึ่งในโรงพยาบาลที่ร่วมรายการ Surgery Wars สงครามแห่งความงาม ทาง Workpoint พร้อมจุดเด่นด้านทีมแพทย์ มาตรฐานโรงพยาบาล ห้องผ่าตัด ห้องพักฟื้น และการดูแลก่อน-หลังศัลยกรรม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

News & Events

ข่าวสารล่าสุดจากดิอาท

Imperial Room
6th Floor|

Premier Room
6th Floor|

Deluxe Room
5th Floor|

Essential Room
3rd Floor|

Recovery Room
3rd Floor|

เว็บไซต์รวมบริการจากทั้ง โรงพยาบาลและคลินิก

เว็บไซต์รวมภาพรีวิวจาก ผู้ใช้บริการจริงที่ดิอาท