เลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 10202000368

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง?

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง Endoscopic Facelift

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ปัญหาผิวที่หย่อนคล้อย แต่ยังรวมถึงโครงสร้างภายใน เช่น กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และกระดูกที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ส่งผลให้ใบหน้าดูไม่กระชับเหมือนเดิม

หนึ่งในแนวทางทางการแพทย์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยยกกระชับใบหน้า คือ ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เครื่องมือส่องกล้องขนาดเล็ก ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจนมากขึ้น และสามารถทำงานในชั้นลึกของใบหน้าได้

Key Takeaways

  • ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเป็นเทคนิคที่ใช้กล้อง Endoscope ช่วยเข้าถึงโครงสร้างชั้นลึกของใบหน้า เช่น ชั้น SMAS เพื่อปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อ
  • ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ผิว ไขมัน กล้ามเนื้อ และโครงสร้างกระดูก
  • ขั้นตอนการรักษาเกี่ยวข้องกับการวางแผน การเปิดแผลขนาดเล็ก และการปรับโครงสร้างภายในตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
  • ความเหมาะสมของการทำศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องขึ้นอยู่กับระดับปัญหา โครงสร้างใบหน้า และการประเมินโดยแพทย์
  • การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำมีบทบาทสำคัญต่อการพักฟื้นและผลลัพธ์ในระยะยาว

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) คืออะไร?

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) เป็นการยกกระชับใบหน้าส่วนบน แก้ม และหางตา โดยผ่านการส่องกล้อง Endoscope ขนาดเล็กสอดผ่านแผลซ่อนในไรผม 2–5 จุด (บริเวณเหนือข้างขมับ) เลาะแยกชั้นเนื้อเยื่อลึกถึงชั้น SMAS แล้วใช้ Endotine ยึดกล้ามเนื้อ ทำให้แผลเล็ก แทบไม่เห็นแผลบนใบหน้า บวมช้ำน้อย พักฟื้นสั้น และผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ

ลักษณะสำคัญของศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง มีดังนี้

ใช้กล้องส่องเพื่อมองเห็นโครงสร้างใต้ผิวหนัง

ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดของชั้นกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อภายในได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยให้การวางตำแหน่งการยกกระชับในศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องมีความเหมาะสมกับโครงสร้างของแต่ละบุคคล

เปิดแผลขนาดเล็กในตำแหน่งที่ซ่อนได้

บริเวณไรผมหรือหนังศีรษะ (บริเวณเหนือข้างขมับ) ซึ่งช่วยลดการมองเห็นของรอยแผล ทั้งนี้ลักษณะของแผลและการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เน้นการปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เพียงดึงผิวด้านบน

สามารถเข้าถึงชั้นลึกของใบหน้า เช่น กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพยุง (SMAS) ทำให้แนวทางการยกกระชับมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างภายในมากขึ้น

มักใช้ในบริเวณใบหน้าส่วนบนและช่วงกลางใบหน้า

เช่น หน้าผาก หางตา หรือแก้มส่วนบน ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถใช้กล้องส่องเข้าถึงได้ดี

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเฉพาะบุคคล

เช่น อายุ สภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และการดูแลหลังทำ จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ

เปรียบเทียบการดึงหน้าชั้นตื้นกับดึงหน้าชั้นลึก

ขั้นตอนการศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

โดยทั่วไปขั้นตอนของศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องจะประกอบด้วยหลายกระบวนการที่ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่การประเมิน ไปจนถึงการดูแลแผล โดยรายละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาของแพทย์

ขั้นที่ 1 — การประเมินและวางแผนการรักษา

ก่อนเข้ารับบริการศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง แพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เช่น ระดับปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว ตำแหน่งของเนื้อเยื่อ รวมถึงสัดส่วนของใบหน้าโดยรวม เพื่อวิเคราะห์ปัญหาในแต่ละจุด รวมทั้งการวางแผนลงแผลผ่าตัด (มักเป็นบริเวณขมับหรือไรผม)

ขั้นที่ 2 — การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์

ในขั้นตอนการผ่าตัด จะมีการให้ยาระงับความรู้สึกภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการไม่รู้สึกในระหว่างทำหัตถการ วิธีการให้ยาจะขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและดุลยพินิจของแพทย์ โดยมีการติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการผ่าตัด

ขั้นที่ 3 — การเปิดแผลขนาดเล็กในตำแหน่งที่เหมาะสม

แพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กหลายจุด โดยทั่วไปประมาณ 2–5 จุด ในบริเวณที่สามารถซ่อนแผลได้ เช่น ไรผมหรือหนังศีรษะ โดยแผลมีลักษณะขนาดเล็กและถูกออกแบบให้สอดคล้องกับแนวผม เพื่อช่วยลดการสังเกตเห็นในภายหลัง ทั้งนี้ลักษณะของแผลขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี

ขั้นที่ 4 — การใช้กล้องส่องเพื่อแยกชั้นเนื้อเยื่อ (ชั้น SMAS)

หลังจากเปิดแผล แพทย์จะสอดกล้องส่อง Endoscope เข้าไปเพื่อมองเห็นโครงสร้างใต้ผิวหนังอย่างละเอียด โดยในขั้นตอนนี้จะมีการแยกชั้นเนื้อเยื่อ เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และชั้น SMAS ออกจากกันอย่างระมัดระวัง เพื่อให้สามารถปรับตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม

ขั้นที่ 5 — การยกและจัดตำแหน่งโครงสร้างใบหน้า

เมื่อแยกชั้นเนื้อเยื่อแล้ว แพทย์จะทำการยกเนื้อเยื่อที่มีการเคลื่อนตัวลงตามวัยให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคและดุลยพินิจของแพทย์ในแต่ละกรณี

ขั้นที่ 6 — การเย็บปิดแผลและดูแลหลังผ่าตัด

หลังจากจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อเรียบร้อย แพทย์จะทำการเย็บปิดแผลด้วยเทคนิคที่เหมาะสม โดยพยายามซ่อนแผลไว้ในแนวไรผม ทำให้แทบมองไม่เห็นแผลจากภายนอก ผู้รับบริการจะได้รับคำแนะนำในการดูแลแผล เช่น การทำความสะอาด การพักผ่อน และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่าง

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง แตกต่างจากดึงหน้าแบบทั่วไปอย่างไร?

แม้ว่าทั้งสองวิธีจะมีเป้าหมายเพื่อยกกระชับใบหน้า แต่แนวทางการทำงานมีความแตกต่างกัน ดังตารางเปรียบเทียบด้านล่าง

หัวข้อดึงหน้าแบบทั่วไปดึงหน้าส่องกล้อง (Endoscopic)
การมองเห็นโครงสร้างผ่านการมองตรงโดยแพทย์ผ่านกล้อง Endoscope เห็นชั้น SMAS ชัดเจน
ขนาดแผลอาจยาวกว่าในบางเทคนิคแผลเล็ก 2–5 จุด ซ่อนในไรผม
ชั้นที่ทำงานเน้นผิวหนังด้านบนเป็นหลักปรับโครงสร้างถึงชั้น SMAS
บริเวณที่ใช้ได้ผลดีความหย่อนคล้อยระดับมากหน้าผาก หางตา แก้มส่วนบน (Midface)
ความเป็นธรรมชาติขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ปรับโครงสร้างลึก ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

ทั้งนี้ การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรขึ้นอยู่กับปัญหาและการประเมินโดยแพทย์เป็นหลัก

สาเหตุหน้าแก่ ผิวหย่อนคล้อยตามวัย

ทำไมใบหน้าจึงหย่อนคล้อยเมื่ออายุมากขึ้น?

ก่อนพิจารณาศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง การเข้าใจต้นเหตุของปัญหาเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายระดับพร้อมกัน ได้แก่

1. การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง

  • คอลลาเจนและอีลาสตินลดลงตามวัย ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น และไม่สามารถคืนรูปได้ดีเหมือนเดิม
  • ผิวบางลงและแห้งมากขึ้น ทำให้ผิวแลดูไม่กระชับและเกิดรอยพับได้ง่าย
  • ความสามารถในการฟื้นตัวของผิวลดลง เช่น การซ่อมแซมตัวเองของผิวที่ช้าลง

2. การเปลี่ยนแปลงของไขมันบนใบหน้า

  • ไขมันบางส่วนลดลง ทำให้ใบหน้าดูตอบลง โดยเฉพาะบริเวณแก้มและใต้ตา
  • ไขมันบางส่วนเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง เช่น แก้มล่างหรือแนวกรอบหน้า
  • ความสมดุลของใบหน้าเปลี่ยนไป ส่งผลให้รูปหน้าดูเปลี่ยน

3. การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ

  • โครงสร้างที่ช่วยพยุงใบหน้าเริ่มหย่อนตัว เช่น ชั้น SMAS ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพยุงใบหน้า
  • แรงตึงของเนื้อเยื่อลดลง ทำให้ใบหน้าดูตกหรือเกิดปัญหาหย่อนคล้อยมากขึ้น

Bone Resorption (การสลายตัวของกระดูก) คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการดึงหน้าส่องกล้องอย่างไร?

Bone Resorption หรือ การสลายตัวของกระดูก เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของกระดูกใบหน้าที่อาจเกิดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น และมีผลต่อโครงสร้างโดยรวมของใบหน้า

ลักษณะของ Bone Resorption ที่พบบนใบหน้า

  • กระดูกบางบริเวณอาจเกิดการยุบตัวลง เช่น บริเวณขอบตา โหนกแก้ม หรือแนวกราม
  • โครงสร้างรองรับเนื้อเยื่อลดลง ทำให้เนื้อเยื่อด้านบนขาดฐานรองรับ
  • ใบหน้าแลดูยุบลงในบางจุด เช่น ใต้ตาลึก หรือแก้มตอบ
  • รูปหน้าโดยรวมเปลี่ยนไป ปัญหาความหย่อนคล้อยชัดขึ้น

ความสำคัญต่อการศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

สำหรับผู้ที่มีปัญหา Bone Resorption การศัลยกรรมดึงหน้าแบบทั่วไปอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผิวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างลึก จึงต้องเข้าถึงชั้นลึกและปรับโครงสร้างด้วยการส่องกล้อง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีและแลดูเป็นธรรมชาติ

ดึงหน้าส่องกล้องเหมาะกับใคร

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเหมาะกับใครบ้าง?

การพิจารณาว่าศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเหมาะกับใคร จำเป็นต้องดูทั้งระดับปัญหาความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และความคาดหวังของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปอาจเหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้

ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับในระดับโครงสร้าง

กลุ่มนี้อาจเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า เช่น แก้มเริ่มคล้อย ร่องแก้มเริ่มลึก หรือกรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม ซึ่งอาจเกิดจากทั้งผิว ไขมัน และชั้น SMAS ที่เริ่มเปลี่ยนแปลง

ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยเปิดแผลขนาดเล็ก

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องมีการเปิดแผลขนาดเล็กในตำแหน่งที่สามารถซ่อนได้ เช่น บริเวณไรผมหรือหนังศีรษะ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องรอยแผล

ผู้ที่มีปัญหาในบริเวณใบหน้าส่วนบนหรือช่วงกลางใบหน้า

เช่น บริเวณหน้าผาก หางตา หรือแก้มส่วนบน (Midface) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงจากแรงโน้มถ่วงและการหย่อนของชั้น SMAS

ผู้ที่เข้าใจว่าปัญหาหย่อนคล้อยเกิดจากหลายชั้น ไม่ใช่เพียงผิวด้านบน

เช่น ผู้ที่เข้าใจเรื่อง Bone Resorption หรือการเปลี่ยนแปลงของชั้น SMAS จะสามารถเลือกแนวทางการรักษาได้สอดคล้องกับปัญหาจริงมากขึ้น

ผู้ที่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ได้อย่างเหมาะสม

การดูแลหลังทำ เช่น การพักผ่อน การหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่าง และการมาติดตามผล มีผลต่อการฟื้นตัวและผลลัพธ์โดยรวม

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ควรพิจารณาข้อมูลรอบด้านดังต่อไปนี้

  • ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยง เช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่น ๆ อาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการบวม ช้ำ หรือความไม่สบายผิวในช่วงแรก ซึ่งระดับอาการและระยะเวลาการพักฟื้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว โครงสร้างกระดูก และการดูแลหลังทำ การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้เข้าใจแนวโน้มของผลลัพธ์ได้มากขึ้น
  • อาจต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น แม้จะเปิดแผลขนาดเล็ก เนื่องจากร่างกายยังคงต้องใช้เวลาในการปรับตัว
  • ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจ
  • ควรเข้ารับการปรึกษาก่อน เนื่องจากแต่ละบุคคลมีปัญหาและโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกัน
เตรียมตัวก่อนดึงหน้าส่องกล้อง Endoscopic Facelift

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

การเตรียมตัวที่เหมาะสมมีส่วนช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

  • ตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมของร่างกาย — แพทย์อาจพิจารณาการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เพื่อประเมินความพร้อม เช่น โรคประจำตัว หรือยาที่ใช้อยู่
  • งดอาหารเสริมหรือยาบางชนิดตามคำแนะนำแพทย์ — เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือวิตามินบางชนิด
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ — เนื่องจากอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวและการสมานแผล
  • เตรียมตัวสำหรับช่วงพักฟื้น — เช่น การจัดเวลาพักผ่อน หรือการเตรียมผู้ดูแลในช่วงแรก

การดูแลหลังศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

การดูแลตัวเองหลังทำมีความสำคัญต่อการพักฟื้นและผลลัพธ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด — เช่น การรับประทานยา การทำความสะอาดแผล และการมาติดตามผลตามนัด
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบแผล — เช่น การออกกำลังกายหนัก หรือการก้มศีรษะนาน ๆ ในช่วงแรก
  • สังเกตอาการผิดปกติ — เช่น อาการบวมมากผิดปกติ หรืออาการปวดที่รุนแรง หากพบควรปรึกษาแพทย์ทันที
  • ดูแลสุขภาพโดยรวม — พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

สรุป

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเป็นหนึ่งในเทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยยกกระชับใบหน้า โดยสามารถเข้าถึงโครงสร้างชั้นลึกของใบหน้าได้ดีกว่าการยกผิวเพียงอย่างเดียว เมื่อพิจารณาร่วมกับปัจจัยต่าง ๆ เช่น Bone Resorption และชั้น SMAS จะเห็นได้ว่าปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าเป็นผลจากหลายโครงสร้างภายในร่วมกัน

ดังนั้น การเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การประเมินโดยแพทย์ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง (FAQ)

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องเจ็บไหม?

ระดับความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วิธีการทำและการตอบสนองของร่างกาย โดยระหว่างการผ่าตัดจะได้รับยาระงับความรู้สึกภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์

หลังศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานเท่าไร?

อาจใช้เวลาประมาณ 5–7 วัน โดยอาการบวมช้ำหลักจะค่อย ๆ ลดลง สามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 1–2 สัปดาห์ และควรงดออกกำลังกายหนักประมาณ 2 สัปดาห์ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและการดูแลหลังทำ)

ผลลัพธ์ของศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องอยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานถึง 5–10 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น อายุ โครงสร้างผิว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องแตกต่างจากการดึงหน้าแบบทั่วไปอย่างไร?

การดึงหน้าส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) ใช้กล้อง Endoscope ช่วยให้มองเห็นโครงสร้างชั้น SMAS ได้ชัดเจน เปิดแผลขนาดเล็กเพียง 2–5 จุด และเน้นปรับโครงสร้างในระดับลึก ขณะที่การดึงหน้าแบบทั่วไปอาจเน้นที่ผิวหนังด้านบนและมีแผลยาวกว่าในบางเทคนิค

ปรึกษาแพทย์ The Art Hospital ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทีมแพทย์ The Art Hospital ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

Facebook:The Art Hospital & Clinic
Line:@thearthospital
Instagram:theart.hospital
TikTok:@theartclinicandhospital
YouTube:The Art Clinic & Hospital
Call Center: 02-666-4666

อ้างอิง

  1. American Society of Plastic Surgeons. (n.d.). Facelift (rhytidectomy). https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/facelift
  2. Cleveland Clinic. (n.d.). Facelift: What it is, types, procedure & recovery. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/11040-facelift
  3. Plastic Surgery Key. (n.d.). Endoscopic forehead and midface lift. https://plasticsurgerykey.com/15-endoscopic-forehead-and-midface-lift/

บทความนี้ได้รับการตรวจทานความถูกต้องทางการแพทย์โดย นายแพทย์ธรรมรัตน์ จันทร์นวล (เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 34616)

แชร์บทความนี้
Facebook
Threads
X
Key Topics
ติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก The Art Hospital
บทความแนะนำ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความงามและสุขภาพ และกิจกรรมดีๆ จาก The Art Hospital
News & Events
เบื้องหลังเคสคุณนุ้ย ปณิตา ในรายการ Surgery Wars เมื่อความสวยที่มีอยู่แล้ว คือโจทย์ที่ท้าทายของทีมแพทย์

เบื้องหลังเคสคุณนุ้ย ปณิตา เอี่ยมพฤกษ์วัฒนา ในรายการ Surgery Wars กับการวางแผนรักษาโดยทีมแพทย์ The Art Hospital ทั้งดึงหน้า แก้จมูก แก้หน้าอก ดูดไขมัน และออกแบบความงามเฉพาะบุคคล

News & Events
คุณจุง Surgery Wars ทำศัลยกรรมอะไรบ้าง? เจาะลึกเคสจุไรรัตน์ สินแสง โดยทีมแพทย์ The Art Hospital

รีวิวเคสคุณจุง จุไรรัตน์ สินแสง ในรายการ Surgery Wars ตั้งแต่การประเมินปัญหา การวางแผนการรักษา ศัลยกรรมดึงหน้า ศัลยกรรมเสริมจมูกเทคนิค Open ศัลยกรรมดูดไขมัน แกะสลักรูปร่าง สร้าง Sexy line ร่วมกับการทำโปรแกรมกระชับผิว พร้อมผลลัพธ์หลังการรักษาโดยทีมแพทย์ The Art Hospital

News & Events
ทำศัลยกรรมที่ไหนในรายการ Surgery Wars? รู้จัก The Art Plastic Surgery Hospital

สงสัยว่าทำศัลยกรรมที่ไหนใน Surgery Wars? รู้จัก The Art Plastic Surgery Hospital หนึ่งในโรงพยาบาลที่ร่วมรายการ Surgery Wars สงครามแห่งความงาม ทาง Workpoint พร้อมจุดเด่นด้านทีมแพทย์ มาตรฐานโรงพยาบาล ห้องผ่าตัด ห้องพักฟื้น และการดูแลก่อน-หลังศัลยกรรม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

News & Events

ข่าวสารล่าสุดจากดิอาท

Imperial Room
6th Floor|

Premier Room
6th Floor|

Deluxe Room
5th Floor|

Essential Room
3rd Floor|

Recovery Room
3rd Floor|

เว็บไซต์รวมบริการจากทั้ง โรงพยาบาลและคลินิก

เว็บไซต์รวมภาพรีวิวจาก ผู้ใช้บริการจริงที่ดิอาท