คุณนุ้ย Surgery Wars ทำศัลยกรรมอะไรบ้าง? เจาะลึกทุกหัตถการของ “แม่หน้าเด็ก” จากเคสคุณจุง Surgery Wars ผู้โชคดีคนแรกที่ได้รับการ Makeover จาก The Art Plastic Surgery Hospital มาสู่ผู้เข้าร่วมรายการคนที่สองที่หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง คุณนุ้ย ปณิตา เอี่ยมพฤกษ์วัฒนา อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังใน TikTok หรือที่หลายคนรู้จักในฐานะ “แม่หน้าเด็ก” จากการทำคอนเทนต์ร่วมกับลูกสาว เจณิส (Janis Panita) จนเกิดภาพจำที่ผู้คนมักพูดถึงอยู่เสมอว่า “ไม่เหมือนแม่ลูก แต่เหมือนพี่สาวน้องสาวมากกว่า”
ด้วยบุคลิกที่สดใส การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์ ทำให้หลายคนอาจสงสัยว่า “คนที่สวยอยู่แล้ว ทำไมถึงเลือกเข้าร่วมรายการ Surgery Wars?”
คำตอบของคำถามนี้ คือหัวใจสำคัญของเคสคุณนุ้ย เพราะสำหรับ The Art Plastic Surgery Hospital ความท้าทายของการรักษา ไม่ได้อยู่ที่การแก้ไขปัญหาที่เห็นได้ชัด แต่คือการยกระดับจากพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง โดยยังคงเอกลักษณ์ บุคลิกภาพ และความแลดูเป็นธรรมชาติเอาไว้ให้มากที่สุด
อ่านข่าวร่วมแถลงข่าวได้ที่ : The Art ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวรายการ “Surgery Wars” เรียลลิตี้ศัลยกรรมแรกของไทยจาก Workpoint
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการวางแผนรักษาของทีมแพทย์ The Art Plastic Surgery Hospital ตั้งแต่การประเมินโครงสร้างใบหน้า การวิเคราะห์สัดส่วนของร่างกาย ไปจนถึงเหตุผลที่ทำให้ทีมแพทย์เลือกหัตถการแต่ละอย่าง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณนุ้ยมากที่สุดในรายการ “Surgery Wars สงครามแห่งความงาม”



รู้จัก “คุณนุ้ย ปณิตา เอี่ยมพฤกษ์วัฒนา” หรือ “แม่หน้าเด็ก” ที่หลายคนคุ้นเคย
คุณนุ้ย ปณิตา เอี่ยมพฤกษ์วัฒนา เป็นอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมบน TikTok และโซเชียลมีเดียจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ร่วมกับลูกสาว “เจณิส (Janis Panita)” ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ ความงาม แฟชั่น และการใช้ชีวิตของครอบครัว
ด้วยการแต่งตัวที่ดูทันสมัย บุคลิกที่สดใส และการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณนุ้ยได้รับฉายาจากแฟน ๆ ว่า “แม่หน้าเด็ก” หลายคนถึงกับเอ่ยปากว่า ทั้งคู่ดูเหมือนพี่สาวน้องสาวมากกว่าจะเป็นแม่ลูก
แม้คุณนุ้ยจะได้รับคำชมเรื่องความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ แต่ในมุมของตัวเอง เธอยังคงมองเห็นรายละเอียดบางอย่างที่อยากปรับให้ดีขึ้น ทั้งในส่วนของใบหน้า จมูก หน้าอก และสัดส่วนของร่างกาย เพื่อให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูสมดุลและเหมาะกับตัวเองมากยิ่งขึ้น
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมรายการ “Surgery Wars สงครามแห่งความงาม” ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอีกคน แต่เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด


“พื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว” เป็นอีกโจทย์ที่ยากกว่าการแก้ไขปัญหาที่เห็นชัดเจน
หลายคนอาจคิดว่าเคสที่ยากที่สุดของศัลยแพทย์ คือการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน หรือการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ครั้งใหญ่ แต่สำหรับ The Art Plastic Surgery Hospital กลับมองต่างออกไป
เพราะสำหรับทีมแพทย์ “การทำให้คนที่มีปัญหาดูดีขึ้น อาจไม่ใช่เรื่องยากที่สุด แต่การทำให้คนที่สวยอยู่แล้ว ดูดีขึ้นอีกอย่างเป็นธรรมชาติ และยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้ นั่นคือโจทย์ที่ท้าทายกว่ามาก”
ซึ่งที่ The Art Plastic Surgery Hospital เชื่อว่า “อย่าติดกับดักของความสวยแบบปานกลาง” เพราะทุกคนสามารถเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองได้ หากได้รับการวิเคราะห์และออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับโครงสร้าง บุคลิกภาพ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของแต่ละบุคคล
ดังนั้น เป้าหมายของเคสคุณนุ้ย จึงไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้าให้กลายเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เป็นการยกระดับรายละเอียดของใบหน้าและรูปร่าง ให้มีความสมดุล แลดูมีมิติ และแลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น โดยยังคงความเป็น “คุณนุ้ย” ที่หลายคนคุ้นเคย




การออกแบบความงาม ไม่ได้เริ่มที่หัตถการ แต่เริ่มที่การประเมินความเหมาะสม
ก่อนวางแผนการรักษา ทีมแพทย์ The Art Plastic Surgery Hospital ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “ควรทำหัตถการอะไร” แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจผู้เข้ารับบริการในทุกมิติ โดยสำหรับเคสของคุณนุ้ย ทีมแพทย์ร่วมกันประเมินทั้ง
- โครงสร้างของใบหน้า
- สัดส่วนของใบหน้าแต่ละส่วน
- คุณภาพของผิวและเนื้อเยื่อ
- ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามช่วงวัย
- ผลลัพธ์จากการศัลยกรรมเดิม
- สัดส่วนของรูปร่าง
- ไลฟ์สไตล์และบุคลิกภาพ
- เป้าหมายที่คุณนุ้ยต้องการ
ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน ก่อนออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับคุณนุ้ยโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment Design) ของ The Art Plastic Surgery Hospital เพราะแม้จะเป็นหัตถการชนิดเดียวกัน แต่รายละเอียดของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกาย ปัญหาเดิม และผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment Design)

ทุกหัตถการถูกออกแบบให้ส่งเสริมผลลัพธ์ซึ่งกันและกัน
สิ่งที่ทำให้เคสคุณนุ้ยแตกต่างจากการทำศัลยกรรมทั่วไป คือการวางแผนแบบองค์รวม แทนที่จะแก้ไขทีละจุด ทีมแพทย์เลือกออกแบบให้ทุกหัตถการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ใบหน้า จมูก หน้าอก ไปจนถึงสัดส่วนของร่างกาย
เพราะ “ความท้าทายของเคสนี้ไม่ใช่การทำให้เปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เป็นการวิเคราะห์รายละเอียดของใบหน้าในทุกมิติ เพื่อเสริมจุดเด่นที่มีอยู่แล้วให้ชัดเจนขึ้น”
การรักษาในเคสนี้จึงไม่ได้แยกส่วนของใบหน้าออกจากรูปร่าง แต่เป็นการออกแบบให้ทุกองค์ประกอบทำงานสอดคล้องกัน เช่น
- การแก้ไขจมูกต้องคำนึงถึงการดึงหน้า เพื่อให้แรงตึงของผิวและตำแหน่งของจมูกสัมพันธ์กัน
- การปรับสัดส่วนหน้าอกต้องคำนึงถึงรูปร่างโดยรวม เพื่อให้สมดุลกับช่วงไหล่และเอว
- การศัลยกรรมดูดไขมันและปรับรูปร่างต้องส่งเสริมบุคลิกภาพโดยรวม ไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเล็กลง


เป้าหมายของการรักษา คือ “ยังเป็นคนเดิม…แต่ดูดีขึ้นในแบบของตัวเอง”
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของเคสนี้ คือความต้องการของคุณนุ้ยที่ชัดเจนว่า “ยังอยากเป็นคนเดิมที่สวยขึ้น” ซึ่งกลายเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบการรักษาของทีมแพทย์
ทุกหัตถการที่เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบใบหน้า การแก้ไขจมูก การแก้หน้าอก หรือการปรับสัดส่วนร่างกาย ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยให้คุณนุ้ยยังคงเป็น “แม่หน้าเด็ก” คนเดิมที่หลายคนคุ้นเคย แต่มีใบหน้าและรูปร่างที่ดูสมดุล สดใส และมั่นใจมากยิ่งขึ้น
สำหรับ The Art Plastic Surgery Hospital ความงามที่ดีที่สุดไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร แต่คือการยกระดับความงามบนพื้นฐานของตัวตน ผ่านการประเมินอย่างละเอียดและการออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ทุกคนได้เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด
คุณนุ้ย Surgery Wars ทำหัตถการอะไรบ้าง?
หลังจากทีมแพทย์ The Art Plastic Surgery Hospital ร่วมกันประเมินโครงสร้างใบหน้า สัดส่วนของร่างกาย และเป้าหมายของการรักษาอย่างละเอียด จึงได้ออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยเลือกใช้ทั้งศัลยกรรมและโปรแกรมทางการแพทย์ที่ทำงานส่งเสริมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในแต่ละด้านอย่างเหมาะสม และยังคงความเป็นธรรมชาติของคุณนุ้ยไว้ หัตถการที่ทีมแพทย์วางแผนการรักษา มีดังนี้

การออกแบบใบหน้าแบบองค์รวม (Facial Design) เพื่อยกระดับความอ่อนเยาว์
แพทย์ผู้ดูแล : คุณหมอศร พญ.ปภัสสร ลิ้มสุวรรณ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (เลข ว.45293)
แม้คุณนุ้ยจะได้รับคำชมว่าเป็น “แม่หน้าเด็ก” อยู่เสมอ แต่เมื่อทีมแพทย์ทำการประเมินอย่างละเอียด กลับพบว่ายังมีรายละเอียดของใบหน้าหลายจุดที่สามารถปรับให้มีความสมดุลมากขึ้นได้
คุณหมอศรอธิบายว่า เป้าหมายของการรักษาในเคสนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นอีกคนหนึ่ง แต่คือการออกแบบใบหน้าใหม่บนพื้นฐานของโครงสร้างเดิม เพื่อให้ทุกองค์ประกอบของใบหน้าทำงานร่วมกันอย่างลงตัว
ความท้าทายของเคสนี้ไม่ใช่การทำให้เปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เป็นการวิเคราะห์รายละเอียดของใบหน้าในทุกมิติ เพื่อเสริมจุดเด่นที่มีอยู่แล้วให้ชัดเจนขึ้น


ปัญหาที่ทีมแพทย์ประเมินพบ
จากการตรวจประเมิน พบว่า
- คิ้วเริ่มตกตามวัย
- หางตาดูตก ทำให้ใบหน้าขาดความสดใส
- กรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด มีเหนียง
- ลำคอเริ่มสูญเสียความกระชับ
- ใบหน้าส่วนกลางเริ่มสูญเสียมิติ
- คางยังสามารถปรับให้รับกับสัดส่วนของใบหน้าได้มากขึ้น


แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อองค์ประกอบหลายส่วนรวมกัน ก็ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูแตกต่างได้
แนวทางการรักษา
ทีมแพทย์จึงวางแผนการรักษาแบบองค์รวม ประกอบด้วย
- ศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง
- ศัลยกรรมยกคิ้วส่องกล้องเทคนิค Endotine
- ศัลยกรรมดึงคอ V-Neck Lift
ทุกหัตถการได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูสมดุล ยกกระชับกรอบหน้า และใบหน้าโดยรวมแลดูมีมิติมากขึ้น
ความท้าทายของเคส
ความยากของเคสนี้ไม่ได้อยู่ที่การศัลยกรรมดึงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ผลลัพธ์แลดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ ทีมแพทย์จึงต้องคำนึงถึงทิศทางของการยกผิว ความสมดุลของคิ้ว ตำแหน่งของดวงตา และความสัมพันธ์ของคางกับจมูก เพื่อให้ทุกส่วนกลมกลืนกันและยังคงเอกลักษณ์ของคุณนุ้ยเอาไว้

ศัลยกรรมแก้จมูกเทคนิค Open พร้อมออกแบบ Midface Projection เพื่อเพิ่มมิติของใบหน้าส่วนกลาง
แพทย์ผู้ดูแล : คุณหมอลิลลี่ พญ.ณัฏฐาพร ปิยะสาธุกิจ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (เลข ว.43849)
เคสของคุณนุ้ยเป็นการแก้ไขปัญหาจากศัลยกรรมจมูกในอดีตที่ทำมานานนับสิบปี แม้ภาพรวมของจมูกเดิมจะยังใช้งานได้ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างเดิมและสัดส่วนของใบหน้าเริ่มเปลี่ยนแปลง ทำให้ทีมแพทย์มองเห็นโอกาสในการปรับรายละเอียดจมูกเพื่อสร้าง Midface Projection หรือเพิ่มมิติของใบหน้าส่วนกลางให้แลดูละมุนและอ่อนเยาว์มากขึ้น
ขณะเดียวกัน คุณนุ้ยยังมีความต้องการที่ชัดเจนว่า “ยังอยากเป็นคนเดิมที่สวยขึ้น” แพทย์จึงตัดสินใจศัลยกรรมเสริมจมูกเทคนิค Open เพื่อ ดีไซน์ทรงใหม่ให้มีความสโลปอย่างเป็นธรรมชาติ สันไม่แข็งทื่อ และเลือกใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองในการยืดปรับฐานและรองปลายจมูกเพื่อความปลอดภัย
พร้อมทั้งนำกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองนี้ ไปเสริมเติมเต็มบริเวณร่องแก้มที่ยุบตัวให้ตื้นขึ้น แทนการใช้ซิลิโคน โดยเป็นการผ่าตัดเสริมร่องแก้มผ่านแผลโอเพ่นของจมูกไปพร้อมกันในทีเดียว ทำให้ได้ผลลัพธ์ปลายจมูกที่หวานละมุนรับกับใบหน้าส่วนกลางที่อิ่มฟู โดยที่คุณนุ้ยไม่ต้องเจ็บตัวหลายรอบ ไม่มีแผลเป็นซ้ำซ้อน และพักฟื้นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

หัตถการที่ใช้ในการรักษา
คุณหมอลิลลี่เลือกใช้การรักษาแบบ Advanced Combination Techniques โดยผสมผสานหลายเทคนิคเข้าด้วยกัน ได้แก่
- ศัลยกรรมแก้จมูกเทคนิค Open
- ปรับโครงสร้างด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง
- ยืดผนังกั้นจมูก
- เลาะไขมันบริเวณปลายจมูก
- ปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเฟสเชีย (Fascia Graft) ปลายจมูก
- จัดแต่งกระดูกอ่อนเย็บยกปีกจมูก
- เสริมร่องแก้มด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง
- ศัลยกรรมเสริมคางเทคนิค Interlocking
โดยทุกเทคนิคมีเป้าหมายร่วมกัน คือการสร้างจมูกที่แลดูละมุน มีมิติ และรับกับใบหน้า โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมชาติและความเหมาะสมของโครงสร้างในระยะยาว

ความท้าทายของเคสคุณนุ้ย Surgery Wars
ความซับซ้อนของเคสนี้ ไม่ได้อยู่เพียงการแก้จมูกเดิม แต่คือการทำให้จมูกใหม่ส่งเสริมใบหน้าทั้งหมด ทีมแพทย์ต้องวางแผนให้การปรับจมูก การเติมเต็มร่องแก้ม และการปรับสัดส่วนคาง รวมกับการศัลยกรรมดึงหน้า ให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว เพื่อให้ภาพรวมดูสมดุล สดใส และแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ



ผลลัพธ์หลังการรักษา
หลังการรักษา สันจมูกที่เคยดูแข็งมีความละมุนมากขึ้น ปลายจมูกแลดูเรียวยาวและมีมิติจากการยืดผนังกั้นจมูกและการใช้เนื้อเยื่อตัวเองบริเวณปลายจมูก
การเติมเต็มร่องแก้มด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ช่วยให้ใบหน้าส่วนกลางดูเอิบอิ่มและแลดูมีมิติมากขึ้น ขณะที่การจัดแต่งโครงสร้างจมูกและปีกจมูกช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูหวาน ละมุน และอ่อนเยาว์กว่าเดิม
และที่สำคัญผลลัพธ์โดยรวมไม่ได้เปลี่ยนให้กลายเป็นคนละคน แต่เป็นการยกระดับจากพื้นฐานเดิมให้ดูสมบูรณ์เหมาะสมกับคุณนุ้ยมากขึ้น
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ศัลยกรรมแก้หน้าอก เพราะความมั่นใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเพียงอย่างเดียว
แพทย์ผู้ดูแล : คุณหมอต๊ะ นพ.ณัทธร บูชางกูร ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (เลข ว.29948)
อีกหนึ่งหัตถการสำคัญของเคสคุณนุ้ย คือ การศัลยกรรมแก้หน้าอก ซึ่งแตกต่างจากความเข้าใจของหลายคนที่มักมองว่า การแก้หน้าอกเป็นการรักษาสำหรับผู้ที่มีปัญหารุนแรงหรือมีผลลัพธ์จากการผ่าตัดครั้งก่อนที่ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่านั้น
สำหรับคุณนุ้ย หน้าอกเดิมที่เสริมมานานกว่า 8 ปี ยังคงมีรูปทรงและขนาดที่เหมาะสมกับรูปร่าง เธอไม่ได้ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกหรือปรับลุคให้ดูเซ็กซี่ขึ้น แต่สิ่งที่กังวลมาตลอดคือ รอยแผลผ่าตัดเดิมที่มีลักษณะบุ๋มและไม่เรียบเนียน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อและความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นภายหลังการมีบุตร ซึ่งส่งผลให้รูปทรงของหน้าอกเปลี่ยนแปลงไป


ปัญหาที่ทีมแพทย์ประเมินพบ
- รอยแผลผ่าตัดเดิมมีลักษณะบุ๋มและไม่เรียบเนียน
- ภาวะหน้าอกหย่อนคล้อยภายหลังการมีบุตร
- ฐานหน้าอกทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
- คุณภาพของผิวหนังและเนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลงตามวัย
- จำเป็นต้องวางแผนการยกกระชับร่วมกับการเปลี่ยนซิลิโคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและเป็นธรรมชาติ
แนวทางการรักษา
ทีมแพทย์ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ประกอบด้วย
- ศัลยกรรมแก้หน้าอก
- เปลี่ยนซิลิโคน Motiva Ergonomix® ขนาด 250 cc
- โปรแกรมยกกระชับด้วยเทคนิค J-Plasma
- โปรแกรมยกกระชับด้วยเทคนิค Internal Lift
เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การเพิ่มขนาดหน้าอก แต่เป็นการปรับรูปทรงให้มีความสมดุล กระชับ และเหมาะกับสัดส่วนของร่างกาย พร้อมแก้ไขปัญหารอยแผลเดิมและความหย่อนคล้อย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงามและความมั่นใจ


ผลลัพธ์หลังการรักษา ความสวยที่ยังคงเป็นตัวเอง แต่มั่นใจยิ่งขึ้น
หลังการผ่าตัด คุณนุ้ยสามารถฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี แม้จะได้รับการรักษาหลายหัตถการในครั้งเดียว ทั้งการแก้หน้าอก การเปลี่ยนซิลิโคน การยกกระชับด้วยเทคนิค Internal Lift และการใช้โปรแกรม J-Plasma เพื่อช่วยเสริมความกระชับของผิวบริเวณหน้าอก
ในช่วง 1–2 วันแรก คุณนุ้ยสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันเบื้องต้นได้ โดยมีรอยช้ำและความรู้สึกตึงบริเวณหน้าอกเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการที่สามารถพบได้ในช่วงฟื้นตัว ทั้งนี้ ระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล
หลังการรักษา หน้าอกมีความกระชับ เต่งตึง และได้รูปทรงที่สมดุลกับสัดส่วนของร่างกาย การเปลี่ยนซิลิโคนและการยกกระชับร่วมกันช่วยให้ภาพรวมของหน้าอกแลดูเป็นธรรมชาติ พร้อมแก้ไขปัญหารอยแผลเดิม
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล





ศัลยกรรมดูดไขมันและยกกระชับผิว แก้ไขเคสดูดไขมันเดิม พร้อมออกแบบสัดส่วนใหม่
แพทย์ผู้ดูแล : คุณหมอเบียร์ นพ.พัทยา ตันธนาธิป ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (เลข ว.28444)
แม้คุณนุ้ยจะเป็นคนที่ดูแลรูปร่างและใส่ใจสุขภาพอยู่เสมอ แต่ยังมีความกังวลเรื่องไขมันสะสมบริเวณต้นแขน หน้าท้อง และต้นขาด้านใน ซึ่งเป็นจุดที่ลดได้ยากแม้จะควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เคสของคุณนุ้ยยังเป็นงานแก้ศัลยกรรมดูดไขมัน เนื่องจากคุณนุ้ยเคยเข้ารับการศัลยกรรมดูดไขมันบริเวณหน้าท้องจากสถานพยาบาลอื่นมาก่อน ส่งผลให้ผิวบริเวณหน้าท้องมีลักษณะเป็นคลื่นและไม่เรียบเนียน ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่มีความซับซ้อนมากกว่าการศัลยกรรมดูดไขมันครั้งแรก
อีกทั้งเมื่ออายุมากขึ้น ประกอบกับการลดน้ำหนักที่ผ่านมา ยังส่งผลให้ผิวหนังในบางบริเวณสูญเสียความกระชับ ทำให้แพทย์ต้องวางแผนการรักษาเพื่อแก้ไขทั้งปัญหาไขมันสะสมและคุณภาพผิวไปพร้อมกัน


ปัญหาที่ทีมแพทย์ประเมินพบ
- ผิวบริเวณหน้าท้องไม่เรียบ เป็นคลื่นจากการศัลยกรรมดูดไขมันครั้งก่อน
- มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณแขน หน้าท้อง และต้นขาด้านใน
- ต้องการให้รูปร่างดูสมส่วนและมีเส้นสายของสรีระชัดเจนขึ้น

แนวทางการรักษา
หลังการประเมินแพทย์จึงออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล โดยประกอบด้วย
- ศัลยกรรมดูดไขมันต้นแขน
- ศัลยกรรมดูดไขมันหน้าท้องส่วนบนและส่วนล่าง
- ศัลยกรรมดูดไขมันรอบเอว (เอวหน้า เอวหลัง และเอวเอส)
- โปรแกรมยกกระชับผิวด้วยเครื่อง Argon Plasma
- การรักษาทั้งหมดได้รับการวางแผนให้ทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยปรับสัดส่วน ลดไขมันสะสม และฟื้นฟูความกระชับของผิวในบริเวณที่รักษา

ความท้าทายของเคส
ความยากของเคสนี้ คือการแก้ไขผลลัพธ์จากการศัลยกรรมดูดไขมันครั้งก่อน ซึ่งทำให้ผิวบริเวณหน้าท้องเกิดความไม่เรียบและเป็นคลื่น แพทย์จึงต้องประเมินทั้งปริมาณไขมันที่เหลืออยู่ คุณภาพของผิว และลักษณะของเนื้อเยื่ออย่างละเอียด เพื่อออกแบบแนวทางการศัลยกรรมดูดไขมันและยกกระชับผิวให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณนุ้ย พร้อมลดความไม่สม่ำเสมอของผิวให้ได้มากที่สุด
อ่านเพิ่มเติม : ข้อควรรู้และความเสี่ยงของการศัลยกรรมดูดไขมัน

ผลลัพธ์หลังการรักษา
หลังการรักษาประกอบกับการดูแลสุขภาพและควบคุมอาหารอย่างต่อเนื่อง คุณนุ้ยสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 7 กิโลกรัม ส่งผลให้สัดส่วนของร่างกายมีความสมส่วนมากขึ้น
บริเวณหน้าท้องที่เคยมีผิวไม่เรียบเนียนจากการศัลยกรรมดูดไขมันครั้งก่อน มีความเรียบเนียนและได้สัดส่วนมากขึ้น ขณะที่เอวมีความคอดชัดขึ้น ต้นแขนและต้นขาด้านในมีขนาดเล็กลงเหมาะสมกับสรีระ
นอกจากนี้ การใช้โปรแกรมยกกระชับผิวด้วยเครื่อง Argon Plasma ร่วมกับการศัลยกรรมดูดไขมัน ยังช่วยยกกระชับผิวบริเวณที่รักษา ทำให้ภาพรวมของรูปร่างดูเฟิร์ม กระชับ และรับกับสัดส่วนใหม่ได้อย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้คุณนุ้ยมีความมั่นใจในการแต่งตัวและการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล


เพราะความสวยไม่มีสูตรสำเร็จ The Art Hospital จึงออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล
สำหรับคุณนุ้ย การเข้าร่วมรายการ Surgery Wars ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นโอกาสในการได้รับการประเมินอย่างละเอียดจากทีมแพทย์หลายสาขา เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด
สิ่งที่ทำให้คุณนุ้ยมั่นใจในการรักษาที่ The Art Plastic Surgery Hospital ไม่ใช่เพียงเทคนิคการผ่าตัดหรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่คือกระบวนการดูแลตั้งแต่ก่อนเริ่มการรักษา
ทีมแพทย์ใช้เวลาในการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า รูปร่าง ประวัติการรักษาเดิม ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณนุ้ย ก่อนร่วมกันออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยไม่ได้มุ่งเปลี่ยนตัวตนของผู้เข้ารับบริการ แต่เน้นการยกระดับจากพื้นฐานเดิมให้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นี่คือแนวคิดที่ The Art Plastic Surgery Hospital ยึดถือมาโดยตลอด “ความสวยไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน” เพราะแต่ละคนมีโครงสร้าง บุคลิกภาพ และความต้องการที่แตกต่างกัน การรักษาที่ดีจึงควรเริ่มต้นจากการประเมินและออกแบบเฉพาะบุคคล มากกว่าการใช้แนวทางเดียวกันกับทุกคน




จาก “แม่หน้าเด็ก” สู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดในฉบับของตัวเอง
เคสของ “คุณนุ้ย ปณิตา เอี่ยมพฤกษ์วัฒนา” หรือ “คุณนุ้ย Surgery Wars” เป็นตัวอย่างของการรักษาที่เริ่มต้นจากพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว และต่อยอดด้วยการออกแบบเฉพาะบุคคล เพราะการรักษาครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนให้คุณนุ้ยเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เป็นการยกระดับรายละเอียดของใบหน้าและรูปร่าง ให้มีความสมดุล แลดูมีมิติ และแลดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบใบหน้าแบบองค์รวม การแก้ไขจมูกเพื่อเพิ่มมิติของใบหน้าส่วนกลาง การแก้หน้าอก หรือการปรับสัดส่วนของร่างกาย ทุกหัตถการล้วนถูกออกแบบให้ทำงานส่งเสริมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงเป็น “คุณนุ้ยคนเดิม” ที่หลายคนจดจำ แต่มีความมั่นใจมากขึ้น
เพราะสำหรับ The Art Plastic Surgery Hospital ความงามที่ดีไม่ใช่การเปลี่ยนให้เหมือนใคร แต่คือการออกแบบผลลัพธ์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ทุกคนได้เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง
*หมายเหตุ: ผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเดิม การประเมินของแพทย์ และการดูแลตนเองหลังการรักษา

ร่วมติดตามเคสจริงจาก “Surgery Wars สงครามแห่งความงาม” พร้อมทำความรู้จักกับทีมแพทย์ The Art Plastic Surgery Hospital ผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนการรักษาได้เพิ่มเติมและติดตามรายการ “Surgery Wars สงครามแห่งความงาม” ทางช่อง Workpoint 23 ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา 21.15 น.
- SURGERY WARS สงครามแห่งความงาม EP.01 | 6 ก.ค. 69 FULL EP / เคสคุณจุง Surgery Wars
- SURGERY WARS สงครามแห่งความงาม EP.02 | 13 ก.ค. 69 FULL EP / เคสคุณนุ้ย Surgery Wars
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คุณนุ้ย Surgery Wars ทำหัตถการอะไรบ้าง?
คุณนุ้ยได้รับการดูแลทั้งด้านใบหน้า จมูก หน้าอก และรูปร่าง ได้แก่ โปรแกรมดึงหน้าส่องกล้อง โปรแกรมยกคิ้วส่องกล้อง ศัลยกรรมแก้จมูกเทคนิค Open การเสริมร่องแก้มด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ศัลยกรรมแก้หน้าอก โปรแกรม Internal Lift โปรแกรม J-Plasma และศัลยกรรมดูดไขมันเพื่อปรับสัดส่วน ทั้งหมดเป็นไปตามการประเมินและการวางแผนของทีมแพทย์
ทำไมคุณนุ้ยที่สวยอยู่แล้วจึงเลือกเข้าร่วม Surgery Wars?
เพราะเป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตน แต่เป็นการยกระดับจากพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว ให้ดูสมดุล แลดูมีมิติ และเหมาะกับตัวเองมากขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของแม่หน้าเด็กเอาไว้
การแก้จมูกครั้งนี้ต่างจากการศัลยกรรมเสริมจมูกทั่วไปอย่างไร?
เคสของคุณนุ้ยเป็นการแก้ไขโครงสร้างจมูกเดิม พร้อมปรับมิติของใบหน้าส่วนกลาง (Midface Projection) ด้วยเทคนิคหลายอย่างร่วมกัน เพื่อให้จมูกแลดูละมุนรับกับโครงหน้า และคงความเป็นธรรมชาติในระยะยาว
การแก้หน้าอกจำเป็นต้องเปลี่ยนซิลิโคนเสมอหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ในบางกรณีอาจต้องเปลี่ยนซิลิโคนร่วมกับการยกกระชับและแก้ไขเนื้อเยื่อ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้เข้ารับบริการ
สนใจปรึกษาทีมแพทย์ The Art Plastic Surgery Hospital ต้องทำอย่างไร?
สามารถติดต่อ The Art Plastic Surgery Hospital เพื่อนัดหมายเข้ารับการประเมินกับทีมแพทย์ โดยแพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมอธิบายแนวทางการรักษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ



