ศัลยกรรม เสริมหน้าอก เป็นหนึ่งในหัตถการศัลยกรรมตกแต่งที่ได้รับความนิยมจากคนส่วนใหญ่ เนื่องจากช่วยปรับสัดส่วนของร่างกายให้สวยงาม แต่หลายคนอาจกังวลเรื่องความคงทนของผลลัพธ์และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว เช่น การหย่อนคล้อยของหน้าอก (Bottoming Out) Internal Lift จึงเป็นเทคนิคที่ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้
Key Takeaways:
- Internal Lift สามารถใช้กับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกได้ทั้งแบบใส่ซิลิโคนอย่างเดียวและแบบพร้อมยกกระชับ
- ช่วยป้องกัน Bottoming Out (การหย่อนคล้อยของหน้าอก) ที่เป็นปัญหาพบบ่อยหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก
- เพิ่มความอิ่มเอิบที่หน้าอกส่วนบน (Upper Pole Fullness) และรูปทรงที่สวยงาม
- ลดการยืดของเนื้อเยื่อและเพิ่มความคงทนของผลลัพธ์ในระยะยาว
- *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
- ศัลยกรรมเสริมหน้าอก เทคนิค Dual Plane และเทคนิคใต้กล้ามเนื้อ เลือกแบบไหนดี ?
- ศัลยกรรมเสริมหน้าอกราคา เท่าไหร่ – รวมปัจจัยที่มีผลต่อราคา
- รีวิวโปรแกรมศัลยกรรมเสริมหน้าอก – โปรแกรม Motiva และ โปรแกรม Mentor ต่างกันอย่างไร?
- ศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง มีข้อดี‑ข้อเสีย และที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจอย่างไร
Internal Lift ใช้กับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกได้หรือไม่?
คำตอบคือ ได้ และเป็นหนึ่งในการใช้งานที่สำคัญที่สุดของ Internal Lift เทคนิคนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่พบบ่อยหลังการศัลยกรรมเสริมหน้าอก โดยเฉพาะปัญหา Bottoming Out หรือการหย่อนคล้อยของหน้าอก ซึ่งเกิดจากการที่เนื้อเยื่อหน้าอกไม่สามารถพยุงน้ำหนักของซิลิโคนได้ในระยะยาว
Internal Lift ทำหน้าที่เหมือนบราชั้นในที่ช่วยยกกระชับและพยุงหน้าอกจากภายใน โดยสร้างโครงสร้างด้วยวัสดุทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะรวมเข้ากับเนื้อเยื่อของร่างกาย ทำให้หน้าอกมีรูปทรงที่สวยงาม กระชับ และคงทนยาวนานกว่าการศัลยกรรมเสริมหน้าอกแบบปกติ
Internal Lift ช่วยเรื่องอะไรบ้างในการศัลยกรรม เสริมหน้าอก?
1. ป้องกัน Bottoming Out (การหย่อนคล้อยของหน้าอก)
Bottoming Out เป็นภาวะที่หน้าอกหย่อนคล้อยลงมาหลังจากการศัลยกรรมเสริมหน้าอก ทำให้หัวนมอยู่สูงกว่าจุดที่อิ่มเอิบที่สุดของหน้าอก และหน้าอกแลดูไม่สมดุล ปัญหานี้เกิดจากการที่เนื้อเยื่อหน้าอกยืดและไม่สามารถรับน้ำหนักของซิลิโคนได้
Internal Bra ช่วยแก้ปัญหานี้โดย:
- สร้างโครงสร้างที่แข็งแรงใต้หน้าอกส่วนล่าง
- ป้องกันการยืดของเนื้อเยื่อจากน้ำหนักของซิลิโคน
- ช่วยพยุงซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
- ลดความเสี่ยงของการหย่อนคล้อยในระยะยาว
2. เพิ่มความอิ่มเอิบที่หน้าอกส่วนบน (Upper Pole Fullness)
หลายคนต้องการหน้าอกที่มีความอิ่มเอิบที่หน้าอกส่วนบน ทำให้หน้าอกแลดูเต่งและสวยงาม Internal Liftช่วยยกหน้าอกและกระจายน้ำหนักของซิลิโคนให้สมดุล ทำให้ได้รูปทรงที่อิ่มเอิบที่หน้าอกส่วนบนมากขึ้น
ประโยชน์:
- หน้าอกแลดูเต่งและอิ่มเอิบที่ส่วนบน
- รูปทรงสมดุลและแลดูเป็นธรรมชาติ
- เหมาะกับการใส่เสื้อผ้าที่มีคอต่ำหรือบิกินี่
- เพิ่มความมั่นใจในรูปลักษณ์
3. ลดการยืดของเนื้อเยื่อ
การใส่ซิลิโคนจะทำให้เนื้อเยื่อหน้าอกต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อยืดในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อเยื่อบางหรืออ่อนแอ Internal Bra ช่วยแบ่งเบาน้ำหนักและป้องกันการยืดของเนื้อเยื่อ
ข้อดี:
- เนื้อเยื่อหน้าอกไม่ยืดง่าย
- รูปทรงคงทนยาวนาน
- ลดความเสี่ยงของการหย่อนคล้อย
- เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อเยื่อบาง
4. เพิ่มความคงทนของผลลัพธ์
หนึ่งในข้อกังวลหลักของการศัลยกรรมเสริมหน้าอกคือความคงทนของผลลัพธ์ Internal Bra ช่วยเพิ่มความคงทนโดยให้การค้ำจุนที่แข็งแรงและต่อเนื่อง ทำให้รูปทรงสวยงามคงอยู่ได้นานกว่า
ประโยชน์:
- ผลลัพธ์คงทนยาวนาน
- ลดความจำเป็นในการแก้ไขหรือทำซ้ำ
- ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
- เพิ่มความพึงพอใจในผลลัพธ์
5. เทคนิคควบคุมตำแหน่งของซิลิโคน
Internal Lift ช่วยสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่เหมาะสมสำหรับซิลิโคน และควบคุมให้ซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ป้องกันการเคลื่อนตัวหรือการหมุนของซิลิโคน
ข้อดี:
- ซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
- ป้องกันการเคลื่อนตัวหรือหมุน
- รูปทรงสมดุลและสมมาตร
- ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
6. เหมาะกับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกขนาดใหญ่
สำหรับผู้ที่ต้องการศัลยกรรมเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ Internal Bra เป็นสิ่งสำคัญมากในการรับน้ำหนักของซิลิโคนขนาดใหญ่ ป้องกันการหย่อนคล้อยและการยืดของเนื้อเยื่อ
ประโยชน์:
- สามารถรองรับศัลยกรรมเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ได้ดี
- ป้องกันปัญหาจากน้ำหนักของซิลิโคน
- รูปทรงสวยงามและคงทน
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการหน้าอกขนาดใหญ่
7. เหมาะกับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกพร้อมยกกระชับ
สำหรับผู้ที่ต้องการทั้งเพิ่มขนาดและยกกระชับหน้าอก (Augmentation Mastopexy) Internal Lift จะช่วยรองรับทั้งซิลิโคนและเนื้อเยื่อที่ถูกยกกระชับ ทำให้ผลลัพธ์คงทนและไม่หย่อนคล้อยง่าย
ข้อดี:
- ช่วยรองรับนำ้หนักทั้งซิลิโคนและเนื้อเยื่อ
- ผลลัพธ์คงทนกว่าการยกกระชับแบบปกติ
- ลดความเสี่ยงของการหย่อนคล้อยซ้ำ
- เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อย
Internal Bra เหมาะกับใครในการศัลยกรรม เสริมหน้าอก ?
ผู้ที่เหมาะกับการใช้ Internal Lift ในการศัลยกรรมเสริมหน้าอก ได้แก่
- ผู้ที่มีเนื้อเยื่อหน้าอกบางหรืออ่อนแอ และต้องการเสริมความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อ
- ผู้ที่ต้องการศัลยกรรมเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ (มากกว่า 300-350 cc) และต้องการป้องกันการหย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีผิวหนังบางและต้องการป้องกันการเห็นขอบของซิลิโคน
- ผู้ที่ต้องการศัลยกรรมเสริมหน้าอกพร้อมยกกระชับและต้องการผลลัพธ์ที่คงทน
- ผู้ที่เคยมีปัญหา Bottoming Out จากการศัลยกรรมเสริมหน้าอกครั้งก่อน
- ผู้ที่ต้องการความอิ่มเอิบที่หน้าอกส่วนบนและรูปทรงที่กระชับ
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนและลดความเสี่ยงของการแก้ไขปัญหาในอนาคต
ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมตามลักษณะกายวิภาคของหน้าอก เป้าหมายทางสุนทรียภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล
ทำไมต้องเลือก The Art Hospital สำหรับการศัลยกรรม เสริมหน้าอก ด้วย Internal Lift ?
จุดเด่นของบริการศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วย Internal Liftที่ The Art Hospital ได้แก่
1. ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งดิอาท (The Art Hospital) มีทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ในการศัลยกรรมหน้าอก รวมถึงมีการใช้เทคนิค Internal Lift
2. เทคนิคและวัสดุที่ได้มาตรฐาน
The Art Hospital ใช้วัสดุทางการแพทย์สำหรับInternal Lift ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและมีเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
3. การออกแบบรูปทรงเฉพาะบุคคล
แพทย์จะประเมินลักษณะกายวิภาคของหน้าอก โครงสร้างของร่างกาย และเป้าหมายความต้องการของคนไข้อย่างละเอียด เพื่อออกแบบรูปทรงที่เหมาะสมและแลดูเป็นธรรมชาติสำหรับคุณ
4. ซิลิโคน
The Art Hospital ใช้ซิลิโคนศัลยกรรมเสริมหน้าอกจากหลากหลายรูปแบบ ร่วมกับการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก เช่น โปรแกรมเสริมหน้าอก Mentor, โปรแกรมเสริมหน้าอก Motiva, โปรแกรมเสริมหน้าอก Allergan
5. ห้องผ่าตัดระดับโรงพยาบาล
การผ่าตัดดำเนินการในห้องผ่าตัดที่ปลอดเชื้อตามมาตรฐานระดับโรงพยาบาล ด้วยอุปกรณ์ เครื่องมือและทีมแพทย์พยาบาล
6. การดูแลและติดตามผลอย่างใกล้ชิด
The Art Hospital ให้ความสำคัญกับการดูแลหลังหัตถการ มีการนัดติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลาการฟื้นตัว
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ขั้นตอนการศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยเทคนิค Internal Lift
ก่อนเข้ารับบริการ
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและเลือกขนาดซิลิโคน
- ตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมของร่างกาย
- ถ่ายภาพก่อนผ่าตัดเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
- หยุดยาบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์ ก่อนผ่าตัด 1-2 สัปดาห์
- งดอาหารและน้ำก่อนผ่าตัดตามที่แพทย์กำหนด
ระหว่างการทำ
- ผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบทั่วไป – ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
- ศัลยแพทย์จะทำรอยผ่าตัดตามตำแหน่งที่วางแผนไว้ (รอบหัวนม ใต้หน้าอก หรือรักแร้)
- สร้างช่องว่างสำหรับซิลิโคน (ใต้ต่อมน้ำนมหรือใต้กล้ามเนื้อ)
- สร้างโครงสร้าง Internal Lift ด้วยวัสดุทางการแพทย์เพื่อค้ำจุนหน้าอกส่วนล่าง
- ใส่ซิลิโคนในตำแหน่งที่เหมาะสม
- ปิดแผลด้วยเทคนิคที่ทำให้รอยแผลเรียบเนียน
- ระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 2-3 ชั่วโมง
หลังทำเสร็จ
- พักฟื้นในโรงพยาบาล 1 คืน
- สวมบราพยุงทรงตลอดเวลาเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์
- นัดติดตามผลตามกำหนด (1 สัปดาห์, 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี)
- สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ภายใน 1-2 สัปดาห์
การดูแลหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วย Internal Lift
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและคงทน แนะนำให้ดูแลตัวเองดังนี้
ใน 24-48 ชั่วโมงแรก
- พักผ่อนเต็มที่และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวมาก
- นอนหงายและยกหัวสูง
- รับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกมาก บวมมาก หรือมีไข้
ใน 1-2 สัปดาห์แรก
- สวมบราพยุงทรงตลอดเวลา
- หลีกเลี่ยงการยกแขนสูงหรือยกของหนัก
- ดูแลแผลให้สะอาดและแห้ง
- งดอาบน้ำแช่ตัวหรือว่ายน้ำ
- นัดติดตามผลเพื่อถอดไหม (ถ้ามี)
ใน 4-6 สัปดาห์
- สวมบราพยุงทรงต่อไปตามคำแนะนำของแพทย์
- เริ่มกลับมาทำกิจกรรมเบา ๆ ได้
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ใช้แรงกระแทก
- นัดติดตามผลเพื่อประเมินความคืบหน้า
ระยะยาว (หลัง 6 สัปดาห์)
- สามารถกลับมาออกกำลังกายได้ตามปกติ
- สวมบราที่เหมาะสมและให้การค้ำจุนที่ดี
- นัดติดตามผลตามกำหนด (3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี)
- รักษาน้ำหนักตัวให้คงที่เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
Internal Bra กับการศัลยกรรมเสริมหน้าอก
การศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยเทคนิค Internal Liftเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่สวยงาม กระชับ และคงทน (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) เทคนิคนี้ช่วยป้องกัน Bottoming Out เพิ่มความแลดูอิ่มเอิบที่หน้าอกส่วนบน และลดการยืดของเนื้อเยื่อ ทำให้คุณรู้สึกมั่นใจในรูปลักษณ์และไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจการศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยเทคนิคInternal Lift สามารถเข้ามาปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางของ The Art Hospital ก่อนตัดสินใจทำได้ เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการดูแลให้สอดคล้องกับลักษณะกายวิภาคและความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Internal Lift กับ การศัลยกรรมเสริมหน้าอก
การศัลยกรรมเสริมหน้าอกแบบปกติจะใส่ซิลิโคนเข้าไปในช่องว่างที่สร้างขึ้น โดยพึ่งพาเนื้อเยื่อหน้าอกเดิมในการรับน้ำหนัก ในขณะที่การใช้ Internal Lift จะมีการสร้างโครงสร้างเพื่อรับน้ำหนักเพิ่มเติมด้วยวัสดุทางการแพทย์ ทำให้มีการรับน้ำหนักได้มี มีความแข็งแรงกว่าและผลลัพธ์คงทนยาวนานกว่า
ราคาจะสูงกว่าการศัลยกรรมเสริมหน้าอกแบบปกติเล็กน้อย เนื่องจากต้องใช้วัสดุเพิ่มเติมสำหรับ Internal Lift และใช้เวลาในการผ่าตัดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนนี้คุ้มค่าในระยะยาว เพราะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาและการแก้ไขในอนาคต
ไม่สามารถเห็นได้จากภายนอก เนื่องจาก Internal Lift จะอยู่ใต้เนื้อเยื่อหน้าอก จึงไม่สามารถรู้สึกหรือเห็นได้จากภายนอก รูปทรงของหน้าอกจะแลดูเป็นธรรมชาติและนุ่มนวลเหมือนการศัลยกรรมเสริมหน้าอกแบบปกติ
ผลลัพธ์เบื้องต้นจะเห็นได้หลังผ่าตัด แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะเห็นได้ชัดเจนภายใน 3-6 เดือน เมื่อบวมยุบหมดและเนื้อเยื่อปรับตัวเข้ากับซิลิโคนและ Internal Lift แล้ว ระยะเวลาการฟื้นตัวไม่แตกต่างจากการศัลยกรรมเสริมหน้าอกแบบปกติมากนัก
ได้ หาก Internal Lift ยังอยู่ในสภาพดี อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือสร้างใหม่ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงมาก แพทย์อาจแนะนำให้ปรับหรือสร้าง Internal Lift ใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับซิลิโคนขนาดใหม่
ติดต่อปรึกษาแพทย์ The Art Hospital ฟรี
ทีมแพทย์ The Art Hospital ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลFacebook: The Art Hospital & Clinic
Line: @thearthospital
Instagram: theart.hospital
TikTok: @theartclinicandhospital
YouTube: The Art Clinic & Hospital
Call Center: 02-666-4666
อ้างอิง
American Society of Plastic Surgeons. (2024). Breast Augmentation. Retrieved from https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/breast-augmentation
Spear, S. L., & Carter, M. E. (2006). The correction of capsular contracture by conversion to “dual-plane” positioning: technique and outcomes. Plastic and Reconstructive Surgery, 118(7S), 103S-113S.
Maxwell, G. P., & Gabriel, A. (2016). The Evolution of Breast Implants. Plastic and Reconstructive Surgery, 134(1S), 12S-17S.



