“โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียงเจ็บไหม? อยู่ได้กี่เดือน? ราคาแพงเท่าโปรแกรม Face Lift ไหม?” คำตอบสั้น ๆ จากข้อมูลล่าสุดคือ โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง เป็นหัตถการไม่ผ่าตัดที่ใช้เวลาไม่นาน ฟื้นตัวไว ผลชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1–3 เดือน และโดยทั่วไปอยู่ได้นานระดับ 6–18 เดือน ตามชนิดไหม การดูแล และสภาพผิวของแต่ละท่าน
บทความนี้รวบรวมข้อมูล อัปเดตปี 2026 ตั้งแต่หลักการของไหมละลาย (PDO/COG), ขั้นตอนการทำ, ปัจจัยที่กระทบราคา, การเทียบกับ face lift ราคา, ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ, วิธีดูแลหลังทำ และเช็กลิสต์คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยภายใต้กฎหมายไทย
Key Takeaways
- โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง คือการใส่ไหมละลายใต้คางเพื่อช่วยยก/ตรึงชั้นเนื้อเยื่อ และกระตุ้นคอลลาเจน ผลมักเห็นชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือน และคงอยู่ราว 6–18 เดือน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
- ปัจจัยราคาได้แก่ จำนวนไหม/ชนิดไหม (PDO, COG, mono ฯลฯ), บริเวณที่ทำร่วม, เวลาหัตถการ, ค่าห้องทำหัตถการและเวชภัณฑ์ โดยราคาเริ่มต้น 3,900–15,000 บาท สำหรับ 4–6 เส้น
- ผลและระยะฟื้นตัวเร็วกว่า “ผ่าตัดดึงคอ/ดึงหน้า” แต่ความคงทนสั้นกว่า การตัดสินใจควรชั่งน้ำหนักงบประมาณ–ความคาดหวัง และทำแบบปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก สคบ. และ อย.
- ศัลยกรรมดึงหน้าราคาเท่าไหร่? ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคามีอะไรบ้าง?
- ศัลยกรรมดึงหน้าที่ไหนดี – วิธีเลือกสถานพยาบาลสำหรับศัลยกรรมดึงหน้า
- ศัลยกรรมดึงหน้าคืออะไร – ทำความเข้าใจเทคนิคและผลลัพธ์ที่ได้
- เทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร – เทคนิค Endotine, Face Lock, Mini Facelift
- โปรแกรม Face Lift ราคา เท่าไหร่? อัปเดตปี 2026 พร้อมเทคนิคและแนวทางเลือกให้เหมาะกับคุณ
โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง คืออะไร?
โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง (PDO thread lift บริเวณใต้คาง/เหนียง) คือการสอดไหมละลายเข้าไปในชั้นเนื้อเยื่อใต้คางด้วยแนวทางที่ออกแบบให้ช่วย “เกี่ยว–ตรึง–ยก” เนื้อเยื่ออ่อน พร้อมกับกระตุ้นการเกิดคอลลาเจน (neocollagenesis) ระหว่างที่ไหมอยู่ในผิว จากรายงานและรีวิวเชิงวิชาการ พบว่า PDO สามารถกระตุ้นคอลลาเจนใหม่และสร้างเอฟเฟกต์กระชับในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่ไหมจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ
ชนิดไหมที่พบได้บ่อย
- PDO mono/spiral (เสริมความตึงผิว): เส้นเรียบ/เกลียว เน้นกระตุ้นผิวให้แน่นขึ้น
- PDO COG/barbed (ช่วยจับ–ยกมากขึ้น): มีเงี่ยงละเอียดเพื่อเกี่ยวเนื้อเยื่อ เพิ่มแรงประคองในช่วงแรก ๆ ของผลยก
ผลลัพธ์ของโปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียงมักเริ่มดูดีขึ้นหลังยุบบวม และเข้าที่ขึ้นอีกในช่วง 1–3 เดือน ขึ้นกับชนิดไหม/เทคนิค/ผิวของแต่ละท่าน
โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีเหนียง/หนังใต้คางหย่อนเล็ก–ปานกลาง หรือกรอบคางดูไม่ชัดจากความหย่อนของผิวนิ่ม
- ผู้ที่ต้องการทางเลือกไม่ผ่าตัด และรับได้กับผลที่อยู่ช่วงกลาง (ไม่ถาวร)
- ผู้ที่พร้อมดูแลหลังทำตามคำแนะนำ เช่น ใส่ผ้ารัด/งดนวดใบหน้าช่วงแรก/นัดติดตามตามกำหนด
แนะนำให้ประเมินแบบรายบุคคลกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อความปลอดภัย
ขั้นตอนการทำโปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง
ก่อนทำ
- ประเมินรูปคาง–ชั้นไขมันผิวตื้น–ความหย่อนคล้อย
- วางแผนแนวไหม/จำนวนไหม และถ่ายรูปเพื่อบันทึกจุดอ้างอิง
- ทำความสะอาดผิว + ฉีดยาชาเฉพาะจุดตามความเหมาะสม
ระหว่างทำ
- ทำจุดเปิดทาง (entry point) ขนาดเล็ก
- สอดไหมตามแนวที่วางแผนไว้ จากนั้นดึงปรับตำแหน่งเบา ๆ ให้เกิดแรงพยุงชั้นเนื้อเยื่อ
- ตัดปลายไหมและกดจัดแนวผิวให้เรียบ
หลังทำ
- ระยะแรก: มีบวม/ตึง/กดเจ็บเล็กน้อย 3–7 วันแรก
- สัปดาห์ 1–2: รอยเข็มจางลง ทำกิจวัตรเบา ๆ ได้
- เดือนที่ 1–3: คอลลาเจนเริ่มฟอร์ม ผลดูนิ่งขึ้น ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์อยู่ได้กี่เดือน?
- ผลยก/พยุงจากไหม ดูชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือน
- ความคงทนโดยรวมราว 6–18 เดือน (ขึ้นกับชนิดไหม เทคนิค วัย สภาพผิว และการดูแล) บางบทความระบุช่วง 12–18 เดือน
เมื่อผลเริ่มลดลง สามารถวางแผนทำซ้ำ/เสริมไหมเฉพาะจุดตามความเหมาะสม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง vs โปรแกรม Face Lift เลือกอะไรดี?
โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง
ข้อเด่น: เวลาไม่นาน (30–60 นาที), ฟื้นตัวไว, ช่วยพยุงผิวหย่อนระดับต้น–กลางใต้คาง, ทำร่วมกับการลดไขมันใต้คางแบบไม่ผ่าตัดได้ในแผนการดูแลบางราย
ข้อจำกัด: ผลชั่วคราว, ต้องอาศัยจำนวนไหม/แผนวางไหมที่เหมาะสม, ภาวะแทรกซ้อน เช่น บวม ช้ำ ย่นเป็นคลื่น ดึงรั้งไม่เท่ากัน การติดเชื้อ หรือการเคลื่อนของไหมพบได้ (พบน้อยหากทำโดยแพทย์ชำนาญ)
โปรแกรม Face Lift/Neck Lift (ผ่าตัด)
ข้อเด่น: จัดการชั้นลึก (SMAS/platysma) และหนังคอที่หย่อนมาก ผลอยู่ได้นาน 7–10 ปี
ข้อจำกัด: ต้องใช้ห้องผ่าตัด/วิสัญญี/พักฟื้นนานกว่า (1–2 สัปดาห์) ราคาสูงกว่า (150,000–500,000 บาท)
โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง ราคาเท่าไหร่ ปี 2026
ปัจจัยที่มีผลต่อราคา
- จำนวนไหม/ชนิดไหม — mono/spiral ใช้เสริมความแน่นผิว ส่วน COG/barbed ใช้พยุง–จับเนื้อเยื่อมากขึ้น ปกติใช้ 4–12 เส้น เพื่อสร้างโครงพยุง
- พื้นที่ที่ทำร่วม — ใต้คางล้วน vs ใต้คาง+แนวกราม/แก้มล่าง
- เวลาหัตถการ/อุปกรณ์ — เข็มนำทาง, cannula, ยาชา, ผ้ารัดหน้า
- การติดตามผลหลังทำ — นัดติดตาม 1–2 ครั้ง อาจรวมในแพ็กเกจหรือคิดตามจริง
- การทำซ้ำ — วางแผนเติมไหมหลังผ่านไป 6–12 เดือน ตามความจำเป็น (ควรปรึกษารายบุคคล)
ดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา และประเมินราคาในการทำสำหรับแต่ละบุคคล ตรวจสอบให้ไหมผ่าน อย. ไทย
ความเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้
- บวม/ช้ำ/ปวดตึง, รอยกดย่น/คลื่นผิวชั่วคราว (พบได้ 3–7 วัน)
- รอยบุ๋ม/รั้ง, ผิวไม่เรียบ, เอียงไม่เท่ากัน (พบน้อยหากเทคนิคถูกต้อง)
- ไหมเคลื่อน/โผล่/ขาด, ติดเชื้อ, hematoma (พบไม่บ่อยแต่ควรทราบและเลือกสถานพยาบาลมาตรฐาน)
- อาการชาชั่วคราวบริเวณที่สอดไหม
ลดความเสี่ยงโดยเลือกแพทย์ชำนาญและสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจาก สคบ.
การดูแลหลังทำโปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง
- 48–72 ชม.แรก: ประคบเย็นเป็นช่วง ๆ, หลีกเลี่ยงก้มศีรษะต่ำ/อ้าปากกว้าง, งดนวดหน้า/งดซาวน่า
- สัปดาห์ที่ 1: ใส่ผ้ารัดหน้า (ตามคำแนะนำ), งดออกกำลังหนัก, นอนหงายหนุนสูง
- สัปดาห์ที่ 2: กลับกิจวัตรเบา ๆ มากขึ้น, หลีกเลี่ยงอ้าปากกว้าง/หาวแรง
- สัปดาห์ที่ 3–4: วางแผนกลับสู่กิจกรรมตามปกติทีละขั้น
- นัดตรวจตามกำหนด หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากขึ้น/ปวดร้อน/ไข้ ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที
แนวทางบนนี้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไป อาจมีความต่างเล็กน้อยขึ้นกับชนิดไหม/จำนวนไหม/สภาพผิว และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล
เปรียบเทียบ โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง vs โปรแกรมยกด้วยพลังงาน/ฉีดไขมัน/ผ่าตัด
คำแนะนำด้านการเตรียมตัว
- งดการนวดหน้า/เลเซอร์แรง ๆ ก่อนทำตามระยะที่แพทย์แนะนำ (อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์)
- แจ้งประวัติการรักษา/โรคประจำตัว/ยาที่ใช้อยู่ (เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด) อย่างครบถ้วน
- วางแผนวันกลับบ้าน/ผ้ารัดหน้า/ตารางงาน 3–7 วันแรก
- นัดติดตามตามกำหนด และถ่ายรูปติดตามผลในมุมมาตรฐานเพื่อประเมินความคืบหน้า
สรุป
โปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง เป็นทางเลือกไม่ผ่าตัดที่ช่วยเก็บความหย่อนใต้คางได้ในระดับหนึ่ง เห็นผลค่อย ๆ ชัดขึ้นช่วง 1–3 เดือน และคงอยู่ประมาณ 6–18 เดือน โดยขึ้นกับชนิดไหม เทคนิค และการดูแลรายบุคคล ข้อได้เปรียบคือฟื้นตัวไวและประยุกต์ใช้ร่วมกับแผนดูแลอื่นได้ แต่ข้อจำกัดคือผลอยู่ระยะกลางและอาจต้องทำซ้ำ
ก่อนตัดสินใจ ควรชั่งน้ำหนักเป้าหมาย งบประมาณ เวลาพักฟื้น และข้อมูลเรื่องภาวะแทรกซ้อน พร้อมตรวจสอบรายชื่อแพทย์ในระบบของ สคบ. และ อย. แล้วดำเนินการอย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ส่วนมากเริ่มเห็นความตึงขึ้นหลังยุบบวม และจะชัดขึ้นใน 1–3 เดือน ตามการกระตุ้นคอลลาเจน
โดยทั่วไป 6–18 เดือน ขึ้นกับชนิดไหม/จำนวนไหม/ผิวและไลฟ์สไตล์ หากผลเริ่มลดลง แพทย์จะช่วยวางแผนทำซ้ำรายบุคคล
ระหว่างทำมีการใช้ยาชาเฉพาะจุด ความรู้สึกตึง/ระบมเล็กน้อยอาจมี 3–7 วันแรก ส่วนการลางานขึ้นกับอาชีพและจำนวนไหมที่ทำ (1–3 วัน)
โปรแกรมดูดไขมันช่วยลดไขมันเป็นหลัก ส่วนโปรแกรมร้อยไหมเก็บเหนียง เน้นพยุง/ยกผิวนิ่มที่หย่อน ทั้งสองอย่างทำร่วมกันได้ในบางเคสตามการประเมินรายบุคคล
ติดต่อปรึกษาแพทย์ The Art Hospital ฟรี
ทีมแพทย์ The Art Hospital ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลในปี 2026
- Facebook: The Art Hospital & Clinic
- Line: @thearthospital
- Instagram: theart.hospital
- TikTok: @theartclinicandhospital
- YouTube: The Art Clinic & Hospital
- Call Center: 02-666-4666
อ้างอิง
- American Society of Plastic Surgeons. Thread Lift: Risks and Safety. เข้าถึง 2025. American Society of Plastic Surgeons
- Wollina U, et al. Percutaneous Thread Lift Facial Rejuvenation: Literature Review. Aesthetic Plast Surg. 2020. (PDF) SpringerLink
- Journal of Cosmetic Dermatology. Evolution and Techniques in Facial Thread Lifting (Review). 2024–2025. onlinelibrary.wiley.com



