เลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 10202000368

เตือนภัย! ฉีดสารเหลวกับหมอกระเป๋า เคสจริง “คุณนัท นิสามณี” ติดเชื้อ ต้องผ่าตัดด่วน

กรณีตัวอย่างอันตรายจากการฉีดสารเหลวโดยหมอกระเป๋า ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ ที่ The Art Hospital

จากคลิปอุทาหรณ์ “หน้าพังเพราะหมอกระเป๋า” ของ คุณนัท นิสามณี หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “นัทสะบัดแปรง” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ควรระวัง และทำให้หลายคนหันกลับมาให้ความสนใจเรื่องการฉีดสารเหลวอีกครั้ง ว่าจริง ๆ แล้วมันอันตรายขนาดไหน และหากเผลอไปฉีดมาแล้วจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง

บทเรียนจากเคสจริง “นัท นิสามณี เคยฉีดสารเหลวเมื่อสิบปีก่อน”

โดยคุณนัทออกมาโพสต์คลิปโชว์หน้าบวม พร้อมเล่าประสบการณ์ตรงที่หลายคนคาดไม่ถึงว่า เมื่อกว่าสิบปีก่อน เธอเคยฉีดสารเหลวบริเวณใบหน้ากับหมอกระเป๋า (ผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นหมอ) ซึ่งเป็นการทำหัตถการที่ผิดกฎหมาย และเป็นเหตุให้ติดเชื้ออย่างรุนแรงจนเกิดอาการผิดปกติบนใบหน้า

คำเตือนภัยจากการฉีดสารเหลวอันตราย พร้อมการรักษานำออกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ The Art Hospital

ตอนนั้นคุณนัทเองก็อาจจะคิดเหมือนกับหลาย ๆ คนที่อยากสวยและต้องการปรับรูปหน้าให้ได้ผลลัพธ์เร็วในราคาที่ถูก ซึ่งเมื่อผ่านไปหลายปีทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีปัญหา แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่ถูกฉีดเข้าไปได้กลายเป็น “ระเบิดเวลา” ที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย

จนเมื่อไม่นานมานี้ คุณนัทมีอาการบวมและเจ็บที่หน้า ในตอนแรกคุณนัทคิดว่าเป็นอาการเล็กน้อย กินยาแก้ปวดก็คงหาย แต่รอบนี้มีความผิดปกติ โดยมีลักษณะเหมือนสิวที่มีขนาดใหญ่ และมีหัวขาว ๆ จึงกลัวว่าสิวจะขึ้นบริเวณที่เจ็บหน้าอยู่ เลยเข้ามาพบแพทย์เพื่อรักษาให้ตุ่มยุบ แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด กลับพบว่าไม่ใช่สิว แต่คือหนองที่เกิดจากการติดเชื้อรุนแรง สาเหตุมาจากสารเหลวที่ฉีดไว้เมื่อสิบปีก่อน

แพทย์ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมดิอาทจึงตัดสินใจทำการผ่าตัดด่วน เพื่อนำสารเหลวและเนื้อเยื่อที่อักเสบออก ซึ่งหากช้าไปกว่านี้อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายมากขึ้นได้

หลังการผ่าตัด คุณนัทต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างต่อเนื่อง ต้องให้ยาฆ่าเชื้อวันละ 3 เวลา และดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ดิอาท โดยคุณนัทยอมรับว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมารู้สึกเหมือนมีระเบิดเวลาอยู่ในหน้า และสุดท้ายก็เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ แม้จะได้รับการรักษาแล้ว แต่ยังคงต้องระวังการติดเชื้อต่อไป

กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญว่า การฉีดสารเหลวอาจทำให้หน้าพังในระยะยาว แม้ในช่วงแรก ๆ อาจจะดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ตาม…

ทั้งนี้ การฉีดสารเหลวที่ถูกพูดถึงจริง ๆ แล้วคืออะไร ทำไมถึงเคยได้รับความนิยมในอดีต และเป็นอันตรายอย่างไรได้บ้าง รวมถึงหากเผลอไปฉีดมาแล้วจะมีทางแก้ไขอย่างไร? ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักสารเหลวให้มากขึ้น

สารเหลวคืออะไร อันตรายไหม?

สารเหลว หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ซิลิโคนเหลว” คือ สารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือสารแปลกปลอมที่ไม่ได้รับรองจากทางการแพทย์ มักถูกนำมาใช้แทนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากราคาถูกกว่าและสามารถเติมเต็มใบหน้าและรูปร่างให้ได้สัดส่วนสวยงามในทันที รวมทั้งอยู่ได้นานกว่า เพราะไม่สามารถสลายไปเองตามธรรมชาติ ทำให้อยู่ในร่างกายตลอดไปและอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้แม้ฉีดไปแล้วนานหลายปี อีกทั้งยังแก้ไขยาก หรือต้องอาศัยการผ่าตัดที่ซับซ้อนหรือขูดออก

ฉีดสารเหลว เสี่ยงหน้าพังจริงหรือไม่ ?

การฉีดสารเหลวอาจไม่ได้ทำให้หน้าพังทันทีหลังฉีด โดยหลาย ๆ เคสในช่วงแรกหลังฉีดจะดูสวยเป็นปกติ แต่ปัญหาของการฉีดสารเหลวคือมันไม่สลายเอง เมื่ออยู่ในร่างกายนาน ๆ ก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น

  • สารเหลวไหลหรือเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งอื่นของใบหน้า
  • มีลักษณะแข็งเป็นก้อนผิดรูป
  • อาจก่อให้เกิดอาการอักเสบ บวมแดง และเจ็บปวด
  • ในบางรายอาจเกิดการติดเชื้อรุนแรง และต้องผ่าตัดด่วน

ดังนั้น การฉีดสารเหลวจึงเสี่ยงหน้าพังได้จริง เพียงแต่อาจไม่ได้แสดงผลเสียในทันที แต่อาจเกิดขึ้นหลังจากฉีดไปแล้ว 5-10 ปี หรือมากกว่านั้นได้

ทำไม ? ถึงนิยมฉีดสารเหลวในอดีต

หากย้อนกลับไปเมื่อราว 10-20 ปีก่อน การฉีดสารเหลวหรือซิลิโคนเหลวกับหมอกระเป๋าถือว่าเป็นที่นิยมมาก โดยจะใช้เพื่อฉีดปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องแก้ม เติมเต็มคาง หรือบริเวณจมูก ซึ่งปัจจัยที่ทำให้คนจำนวนมากหลงเชื่อและเลือกใช้สารเหลว ได้แก่

  1. ราคาถูกกว่าการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ และเห็นผลสวยงามทันที การฉีดสารเหลวจึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า
  2. ผลลัพธ์ดูถาวร เนื่องจากสารเหลวไม่สามารถสลายไปได้เอง ทำให้ถูกโฆษณาว่า “อยู่ได้ตลอดชีวิต” ซึ่งดึงดูดคนที่ไม่อยากเสียเงินฉีดซ้ำบ่อย ๆ
  3. ขาดความรู้และข้อมูลทางการแพทย์ เนื่องจากข้อมูลเรื่องความเสี่ยงของสารเหลวยังไม่แพร่หลาย ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าคือสารแปลกปลอมที่อันตรายในระยะยาว
  4. ทำโดยผู้ให้บริการที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำโดยคลินิกเถื่อนที่ไม่ได้ผ่านการรับรอง หรือผู้รับจ้างฉีดตามบ้าน หรือที่เรียกว่า “หมอกระเป๋า” ซึ่งมักเสนอราคาถูกและโฆษณาเกินจริง ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อได้ง่าย

อันตรายจากการฉีดสารเหลว มีอะไรบ้าง?

แม้ในอดีตการฉีดสารเหลวจะเคยถูกมองว่าเป็นวิธีเสริมความงามที่ง่ายและราคาถูก แต่ความจริงแล้วกลับเป็นสารแปลกปลอมที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ จึงทำให้เกิดความเสี่ยงในระยะยาวตามมาได้ เช่น

1. ไม่สลายเองตามธรรมชาติ

ต่างจากสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่สามารถสลายได้เองใน 1-2 ปี ดังนั้น สารเหลวจึงอยู่ในร่างกายไปตลอดชีวิต และเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจเปลี่ยนสภาพได้

2. ไหลหรือเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง

เมื่อฉีดสารเหลวไปแล้ว อาจทำให้ไหลลงต่ำหรือกระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า จึงอาจส่งผลให้รูปหน้าผิดรูป

3. แข็งเป็นก้อน แลดูไม่เป็นธรรมชาติ

เมื่อเวลาผ่านไป สารเหลวที่เคยฉีดมาอาจแข็งตัวเป็นก้อนใต้ผิวหนัง และร่างกายจะสร้างพังผืดล้อมรอบทำให้ผิวหนังแลดูไม่เรียบเนียน

4. อักเสบหรือติดเชื้อเรื้อรัง

เนื่องจากร่างกายมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา จึงทำให้อาจเกิดการอักเสบ หรือมีอาการปวดเป็นระยะ ๆ และบางรายอาจติดเชื้อรุนแรงจนต้องผ่าตัดเอาออก

5. เสี่ยงกดทับเส้นเลือดและเส้นประสาท

ในบางเคสสารเหลวอาจกดทับเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนผิดปกติ หรือกดทับเส้นประสาทจนเกิดอาการชา เจ็บ หรือสูญเสียความรู้สึกบางส่วนของใบหน้าได้

6. การแก้ไขยากและอาจมีความเสี่ยงสูง

การแก้ไขหรือนำสารเหลวออกต้องใช้การผ่าตัดหรือหัตถการที่ซับซ้อน เนื่องจากไม่สามารถฉีดสลายได้เหมือนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ จึงอาจทำให้มีแผลเป็นตามมาได้

วิธีแก้ไขหากเคยฉีดสารเหลว

การแก้ไขหลังฉีดสารเหลวหรือซิลิโคนเหลวมาแล้วเกิดปัญหา แพทย์จะเป็นผู้ประเมินการรักษาตามความรุนแรงและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยอาจเลือกใช้วิธีเหล่านี้

1. ประเมินโดยแพทย์

ก่อนอื่นแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย โดยอาจใช้เครื่องมืออย่างอัลตราซาวด์หรือ MRI เพื่อตรวจหาตำแหน่งและปริมาณสารเหลวที่กระจายอยู่ในใบหน้า

2. การใช้ยาลดอักเสบ

แพทย์อาจใช้ยาลดอักเสบ หรือยาปฏิชีวนะ เพื่อประคองอาการไม่ให้รุนแรงไปมากกว่านี้ เหมาะสำหรับเคสที่สารเหลวยังไม่ไหลไปจุดอื่น และเป็นเพียงการบรรเทาชั่วคราว ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

3. การดูดหรือขูดออก

หากสารเหลวยังอยู่ในสภาพเหลวหรือนิ่มอยู่อาจดูดออก หรือขูดออกบางส่วน

4. การผ่าตัดนำสารเหลวออก

โดยแพทย์จะเปิดผิวหนังเพื่อนำเอาสารเหลวออก และอาจทำร่วมกับการส่องกล้อง ซึ่งวิธีนี้อาจมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้ แต่ถือว่าเป็นวิธีการแก้ไขที่ตรงจุดที่สุด

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดนำสารเหลวออก ลดความเสี่ยงและฟื้นตัวเร็ว

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดนำสารเหลวออก

ผู้ที่ผ่าตัดเอาสารเหลวออกควรดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เพื่อให้แผลหายเร็วและลดการติดเชื้อ โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายพักฟื้นได้อย่างเต็มที่จะช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น
  • หลังการผ่าตัดแก้ไขการฉีดซิลิโคนเหลว อาจมีอาการบวมนานกว่ากรณีที่เสริมใหม่ สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวม ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด หลังจากนั้นอาจเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่ง เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาลดบวม หรือยาแก้ปวด และควรรับประทานให้ครบ
  • ดูแลแผลให้สะอาด เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือหรือยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือก้มศีรษะนาน ๆ ในช่วง 2–3 สัปดาห์แรก
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น ของหมักดอง ของเผ็ดจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • งดการสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้แผลหายช้า
  • มาพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามอาการ

โปรแกรมฟิลเลอร์กับซิลิโคนเหลว แตกต่างกันอย่างไร?

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ผลิตจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกาย และสามารถสลายได้เองภายในระยะเวลา 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด รวมทั้งสามารถฉีดสลายได้

ในส่วนของสารเหลว เป็นสารสังเคราะห์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้รับการรับรองให้นำมาใช้ เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้ว สารนี้จะไม่สามารถสลายได้เอง อาจก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาว และต้องผ่าตัดออกเท่านั้น

แก้ไขสารเหลวต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือไม่?

ส่วนใหญ่การนำสารเหลวออก อาจใช้วิธีการผ่าตัดโดยตรง เพราะสารเหลวไม่สามารถสลายได้เองเหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์ แต่บางกรณีอาจใช้วิธีขูดหรือดูดออก หากอยู่ตื้นและยังไม่กระจายกว้าง

ฉีดสารเหลวแล้วกี่ปีถึงจะเกิดปัญหา?

กรณีของคุณนัท นิสามณี อาจทำให้หลายคนมีคำถามว่า “ฉีดสารเหลวแล้วกี่ปีถึงจะเกิดปัญหา?” ซึ่งการฉีดสารเหลวอาจไม่แสดงอาการทันที แต่จะสะสมและเกิดปัญหาตามมาในระยะยาว โดยบางรายอาจเกิดอาการผิดปกติ เช่น ก้อนแข็ง การเคลื่อนตัวของสาร อักเสบเรื้อรัง หรือผิวหนังผิดรูปใน 3-5 ปี และบางรายอาจใช้เวลานานถึง 10-20 ปี กว่าปัญหาจะปรากฏชัดเจน แต่สุดท้ายแล้วแทบทุกคนที่เคยฉีดสารเหลวมาแล้วจะพบผลข้างเคียงไม่ช้าก็เร็ว

ใช้เวลาฟื้นตัวนานแค่ไหนหลังแก้สารเหลว?

การฟื้นตัวหลังแก้สารเหลวขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาและความรุนแรงของเคสที่ทำการผ่าตัด โดยในช่วงแรกหลังผ่าตัดอาจมีอาการบวม ช้ำ และตึงใบหน้า ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 7-14 วัน แต่การที่เนื้อเยื่อจะเข้าที่และหายสนิท อาจต้องใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้นถ้ามีการติดเชื้อหรือแผลกว้าง

การฉีดสารเหลวอาจไม่แสดงผลเสียทันที แต่เมื่อเกิดปัญหาอาจรุนแรงกว่าที่คิด

จากกรณีของ “คุณนัท นิสามณี” กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่บอกเราว่า การฉีดสารเหลวแม้ผลลัพธ์ในช่วงแรกจะดูสวย แต่มีความเสี่ยงในระยะยาว และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นอาจรุนแรงจนถึงขั้นต้องผ่าตัดเร่งด่วนและอาจใช้เวลาพักฟื้นนาน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฉีดสารเติมเต็ม ควรเลือกทำกับแพทย์และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันปัญหาและความเสี่ยงต่อใบหน้า ไม่ควรเลือกความถูกจนต้องแลกกับความเสี่ยงในระยะยาว

ฟังหมอเล่าจากเคสจริง "นัท นิสามณี" ผ่าตัดด่วน! ติดเชื้อสารเหลวโดยหมอกระเป๋า l Podcast ฟังหมอ EP.3

อ้างอิง

Narins, R. S., & Beer, K. (2006). Liquid injectable silicone: a review of its history, immunology, technical considerations, complications, and potential. Plastic and reconstructive surgery, 118(3 Suppl), 77S–84S. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16936547/Milojevic B. (1982). Complications after silicone injection therapy in aesthetic plastic surgery. Aesthetic plastic surgery, 6(4), 203–206. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/6763468/

บทความนี้ได้รับการตรวจทานความถูกต้องทางการแพทย์โดย นายแพทย์ธรรมรัตน์ จันทร์นวล (เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 34616)

แชร์บทความนี้
Facebook
Threads
X
Key Topics
ติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก The Art Hospital
บทความแนะนำ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความงามและสุขภาพ และกิจกรรมดีๆ จาก The Art Hospital
News & Events
เบื้องหลังเคสคุณนุ้ย ปณิตา ในรายการ Surgery Wars เมื่อความสวยที่มีอยู่แล้ว คือโจทย์ที่ท้าทายของทีมแพทย์

เบื้องหลังเคสคุณนุ้ย ปณิตา เอี่ยมพฤกษ์วัฒนา ในรายการ Surgery Wars กับการวางแผนรักษาโดยทีมแพทย์ The Art Hospital ทั้งดึงหน้า แก้จมูก แก้หน้าอก ดูดไขมัน และออกแบบความงามเฉพาะบุคคล

News & Events
คุณจุง Surgery Wars ทำศัลยกรรมอะไรบ้าง? เจาะลึกเคสจุไรรัตน์ สินแสง โดยทีมแพทย์ The Art Hospital

รีวิวเคสคุณจุง จุไรรัตน์ สินแสง ในรายการ Surgery Wars ตั้งแต่การประเมินปัญหา การวางแผนการรักษา ศัลยกรรมดึงหน้า ศัลยกรรมเสริมจมูกเทคนิค Open ศัลยกรรมดูดไขมัน แกะสลักรูปร่าง สร้าง Sexy line ร่วมกับการทำโปรแกรมกระชับผิว พร้อมผลลัพธ์หลังการรักษาโดยทีมแพทย์ The Art Hospital

News & Events
ทำศัลยกรรมที่ไหนในรายการ Surgery Wars? รู้จัก The Art Plastic Surgery Hospital

สงสัยว่าทำศัลยกรรมที่ไหนใน Surgery Wars? รู้จัก The Art Plastic Surgery Hospital หนึ่งในโรงพยาบาลที่ร่วมรายการ Surgery Wars สงครามแห่งความงาม ทาง Workpoint พร้อมจุดเด่นด้านทีมแพทย์ มาตรฐานโรงพยาบาล ห้องผ่าตัด ห้องพักฟื้น และการดูแลก่อน-หลังศัลยกรรม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

News & Events

ข่าวสารล่าสุดจากดิอาท

Imperial Room
6th Floor|

Premier Room
6th Floor|

Deluxe Room
5th Floor|

Essential Room
3rd Floor|

Recovery Room
3rd Floor|

เว็บไซต์รวมบริการจากทั้ง โรงพยาบาลและคลินิก

เว็บไซต์รวมภาพรีวิวจาก ผู้ใช้บริการจริงที่ดิอาท